top of page

Stable Inter คือใคร? ช่วยเจ้าของโครงการก่อสร้างได้อย่างไรบ้าง

รูปภาพนักเขียน: Stable Inter Consultant
Stable Inter Consultant
10 ก.ย.
ยาว 3 นาที

เราคือ Stable Inter หรือบริษัท สเตเบิล อินเตอร์ จำกัด บริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหาร ตรวจสอบ และควบคุมงานก่อสร้าง เราทำงานจากมุมมองของเจ้าของโครงการ และช่วยเชื่อมข้อมูลด้านคุณภาพ เวลา ต้นทุน และความปลอดภัย ตั้งแต่การเตรียมโครงการ ระหว่างก่อสร้าง ไปจนถึงการตรวจรับและส่งมอบ


การมีผู้รับเหมา ผู้ออกแบบ และวิศวกรหลายฝ่าย ไม่ได้หมายความว่าเจ้าของจะเห็นสถานะโครงการทั้งหมดในภาพเดียวกันเสมอไป แต่ละฝ่ายมีหน้าที่ เป้าหมาย และข้อมูลที่รับผิดชอบต่างกัน เราจึงเข้ามาช่วยบริหารภาพรวม ตรวจสอบงานตามขอบเขต ประสานประเด็นที่เกี่ยวข้อง และสรุปสิ่งที่เจ้าของต้องรับทราบหรือตัดสินใจ


ในบทความนี้ เราจะอธิบายว่าเราทำอะไร ต่างจากผู้รับเหมาอย่างไร เหมาะกับโครงการประเภทและขนาดใด และเจ้าของควรให้เราเข้ามามีส่วนร่วมในช่วงไหนของโครงการ


Stable Inter เป็นบริษัทที่ปรึกษาก่อสร้าง ไม่ใช่ผู้รับเหมา


เราทำหน้าที่เป็น บริษัทที่ปรึกษาก่อสร้าง และตัวแทนของเจ้าของตามขอบเขตที่ได้รับมอบหมาย ไม่ใช่ฝ่ายที่รับจ้างลงมือก่อสร้างโดยตรง บทบาทหลักของเราคือช่วยเจ้าของวางระบบบริหาร ตรวจสอบความสอดคล้องของงาน ติดตามสถานะ และประสานฝ่ายต่าง ๆ เพื่อให้การตัดสินใจอยู่บนข้อมูลที่ตรวจสอบได้


ประเด็น

เราในฐานะบริษัทที่ปรึกษา

ผู้รับเหมาก่อสร้าง

ฝ่ายที่ทำงานให้

เจ้าของโครงการตามขอบเขตการว่าจ้าง

เจ้าของโครงการตามสัญญาก่อสร้าง

บทบาทหลัก

บริหาร ตรวจสอบ ควบคุม ประสานงาน และรายงาน

จัดหาแรงงาน วัสดุ เครื่องมือ และดำเนินงานก่อสร้าง

สิ่งที่ติดตาม

คุณภาพ เวลา ต้นทุน ความปลอดภัย เอกสาร และประเด็นตัดสินใจ

การผลิตงานให้เป็นไปตามแบบ ข้อกำหนด แผนงาน และสัญญา

มุมมองการทำงาน

ทำให้เจ้าของเห็นภาพรวมและผลกระทบข้ามฝ่าย

บริหารการก่อสร้างและทรัพยากรในขอบเขตของผู้รับเหมา

ผลส่งมอบ

รายงาน ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ สถานะปัญหา และการติดตามตาม Scope

ผลงานก่อสร้างและเอกสารตามสัญญา


การแยกบทบาทนี้สำคัญ เพราะที่ปรึกษาไม่ได้แทนที่หน้าที่ตามสัญญาหรือหน้าที่ตามกฎหมายของผู้รับเหมา ผู้ออกแบบ วิศวกร หรือผู้เกี่ยวข้องฝ่ายอื่น แต่ช่วยให้เจ้าของติดตามการทำงานของทุกฝ่ายได้เป็นระบบมากขึ้น


Stable Inter ช่วยเจ้าของโครงการเรื่องอะไรบ้าง?


ขอบเขตงานของเราสามารถครอบคลุมวงจรโครงการตั้งแต่ก่อนเริ่มก่อสร้าง ระหว่างก่อสร้าง และช่วงตรวจรับส่งมอบ ทั้งนี้ รายละเอียด ทีมงาน ความถี่ในการเข้าหน้างาน และอำนาจอนุมัติต้องกำหนดให้ชัดในข้อเสนอและสัญญาของแต่ละโครงการ


ก่อนเริ่มก่อสร้าง


ในช่วง Pre-construction การตัดสินใจเรื่องแบบ ขอบเขต งบประมาณ วิธีจัดซื้อจัดจ้าง และผู้รับเหมา จะกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการทำงานในระยะถัดไป เราสามารถช่วยเจ้าของตรวจความพร้อมในเรื่องต่อไปนี้ตาม Scope:


  • ตรวจความสอดคล้องและความครบถ้วนของแบบก่อสร้างที่ได้รับจากฝ่ายออกแบบ

  • ตรวจสอบ BOQ ปริมาณงาน ราคา และรายการที่รวมหรือไม่รวม

  • สนับสนุนการจัดทำขอบเขตงาน การประกวดราคา และการเปรียบเทียบข้อเสนอผู้รับเหมา

  • ทบทวนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับแผนงาน สัญญา งวดงาน และเอกสารส่งมอบ

  • พิจารณา Value Engineering เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าโดยไม่ลดสมรรถนะหรือคุณภาพที่จำเป็น


เป้าหมายของช่วงนี้ไม่ใช่การทำให้เอกสารทุกฉบับ “สมบูรณ์แบบ” แต่ทำให้เจ้าของเห็นช่องว่าง ความเสี่ยง และเรื่องที่ต้องตัดสินใจก่อนที่การแก้ไขจะไปเกิดในหน้างาน


ระหว่างก่อสร้าง


เมื่อโครงการเริ่มก่อสร้าง ข้อมูลจะกระจายอยู่ในแบบ รายงานหน้างาน แผนงาน เอกสารขออนุมัติ ผลตรวจ และการประชุมหลายชุด เราช่วยรวบรวมและเชื่อมข้อมูลเหล่านี้ เพื่อให้เจ้าของเห็นทั้งสถานะปัจจุบันและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น


งานที่เกี่ยวข้องอาจประกอบด้วย:


  • ตรวจสอบคุณภาพงานและวัสดุตามแบบ ข้อกำหนด และขั้นตอนที่อนุมัติ

  • ติดตามแผนงาน ความก้าวหน้า Milestone และข้อจำกัดที่ทำให้งานติดขัด

  • ตรวจสอบผลงานและเอกสารประกอบการเบิกจ่ายตามเงื่อนไขสัญญา

  • ติดตามแบบ Shop Drawing, Material Approval, RFI และประเด็นที่ต้องตัดสินใจ

  • ประสานงานระหว่างเจ้าของ ผู้ออกแบบ ผู้รับเหมา ผู้รับเหมาช่วง และฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

  • ติดตามประเด็นความปลอดภัยและผลกระทบต่อการใช้งานในระยะยาวตามขอบเขต

  • จัดทำรายงานให้ผู้บริหารเห็นสถานะ ปัญหาค้าง ผู้รับผิดชอบ และกำหนดเวลา


การบริหารโครงการจึงไม่ใช่เพียงการเดินตรวจไซต์ แต่ต้องทำให้ข้อเท็จจริงจากหน้างานเชื่อมกลับไปยังแบบ แผนงาน งบประมาณ สัญญา และการตัดสินใจของเจ้าของได้


ก่อนส่งมอบและหลังการก่อสร้าง


ช่วงปลายโครงการมักมีงานหลายส่วนเกิดพร้อมกัน ทั้งการทดสอบระบบ การตรวจ Defect การเก็บเอกสาร และการเตรียมเปิดใช้งาน เราสามารถช่วยวางแผนและติดตามงาน เช่น:


  • ตรวจสอบความพร้อมก่อนทดสอบและตรวจรับ

  • รวบรวมและติดตาม Defect List หรือรายการงานที่ยังไม่เรียบร้อย

  • ประสานการทดสอบระบบและติดตามผลตามขอบเขตโครงการ

  • ติดตามการแก้ไขและหลักฐานปิดประเด็น

  • ตรวจสอบสถานะเอกสาร As-built Drawing คู่มือ ใบรับรอง และเอกสารส่งมอบที่กำหนดไว้

  • สรุปประเด็นค้างและความพร้อมก่อนเจ้าของรับมอบหรือเปิดใช้งาน


การมีรายการตรวจอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากไม่มีผู้รับผิดชอบ กำหนดเวลา ผลการแก้ไข และหลักฐานยืนยันว่าประเด็นนั้นถูกปิดแล้ว


เจ้าของโครงการจะได้รับประโยชน์อะไรจากการมี Stable Inter?


เรามองการบริหารโครงการเป็น Project Investment ซึ่งช่วยให้เจ้าของกำกับความเสี่ยงและตัดสินใจจากข้อมูลได้ดีขึ้น ไม่ได้พิจารณาเพียงจำนวนบุคลากรที่อยู่หน้างาน ประโยชน์หลักสามารถมองได้ 4 มิติ


มิติ

คำถามที่เจ้าของต้องตอบให้ได้

สิ่งที่เราช่วยทำให้มองเห็น

คุณภาพ

งานตรงแบบ สเปก และข้อกำหนดหรือไม่

ผลตรวจ ประเด็นที่ไม่สอดคล้อง สถานะการแก้ไข และหลักฐานประกอบ

เวลา

งานอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับแผน

ความก้าวหน้า Milestone ข้อจำกัด งานที่ต้องเร่ง และผลต่อวันส่งมอบ

ต้นทุน

เงินที่จ่ายสัมพันธ์กับงานและขอบเขตหรือไม่

BOQ งวดงาน งานเพิ่ม–ลด ยอดสะสม และประเด็นที่อาจกระทบงบประมาณ

ความปลอดภัย

การก่อสร้างและการใช้งานมีความเสี่ยงใด

ประเด็นที่ต้องตรวจ ติดตาม หรือประสานกับฝ่ายรับผิดชอบตามข้อกำหนดของโครงการ


หัวใจสำคัญคือทำให้ข้อมูลทั้งสี่มิติเชื่อมกัน ตัวอย่างเช่น แบบที่อนุมัติล่าช้าอาจกระทบแผนงาน การเร่งงานอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านคุณภาพและความปลอดภัย ขณะที่การเปลี่ยนแปลงหน้างานอาจกระทบทั้งงบประมาณและวันส่งมอบ เจ้าของจึงควรเห็นผลกระทบรวม ไม่ใช่ดูแต่ละเรื่องแยกกัน


Stable Inter ช่วยดูแลโครงการก่อสร้างลักษณะไหนและขนาดเท่าไร?


เราเหมาะกับโครงการที่เจ้าของต้องบริหารหลายฝ่าย มีงานโครงสร้างและระบบที่ต้องประสานกัน และต้องติดตามคุณภาพ เวลา ต้นทุน และความปลอดภัยในภาพเดียวกัน ก่อนเริ่มงาน เราจะประเมินประเภทโครงการ ขนาด ความซับซ้อน ที่ตั้ง ระยะเวลา และขอบเขตบริการที่เจ้าของต้องการ


ตัวอย่างโครงการที่สามารถนำมาปรึกษาเราได้ มีดังนี้


ลักษณะโครงการ

ตัวอย่างขนาดหรือบริบท

ความท้าทายสำคัญ

ตัวอย่างสิ่งที่เราช่วยดูแล

โรงงานสร้างใหม่ ขยาย หรือปรับปรุง

ตามเกณฑ์รับปรึกษาเบื้องต้นของเรา: โรงงานตั้งแต่ประมาณ 500 ตร.ม. ขึ้นไป

แบบและ BOQ งานโครงสร้าง พื้น ระบบ MEP แผนติดตั้งเครื่องจักร และกำหนดเปิดใช้งาน

ตรวจความพร้อม ประสานแบบ ควบคุมงาน ติดตามงวดและแผนงาน และเตรียมส่งมอบ

อาคาร Low Rise และโครงการแนวราบ

อาคารสำนักงาน อาคารพาณิชย์ Community Mall หมู่บ้านจัดสรร หรือบ้านหรูที่มีหลายระบบ

มาตรฐานงานซ้ำหลายพื้นที่ รายละเอียดสถาปัตยกรรม ระบบประกอบอาคาร และการส่งมอบ

วางระบบตรวจ ควบคุมคุณภาพ ประสานงาน และติดตาม Defect

อาคารตั้งแต่ 8 ชั้นขึ้นไปและอาคารสูง

อาคารสำนักงาน คอนโด โรงแรม หรืออาคารอยู่อาศัยรวม

การทำงานหลายชั้น งานระบบซับซ้อน การประสานแนวดิ่ง ความปลอดภัย และเงื่อนไขอนุญาต

บริหารภาพรวม ตรวจและติดตามงานระบบ แผนงาน เอกสาร ความเสี่ยง และการส่งมอบ

โรงงานที่วางแผนติดตั้ง Solar Cell

โรงงานใหม่หรือโครงการที่เตรียมติดตั้ง Solar Rooftop

น้ำหนักและสภาพโครงสร้างหลังคา ระบบไฟฟ้า ความปลอดภัย ลำดับงาน และการประสานผู้เกี่ยวข้อง

ช่วยประสานข้อมูลด้านอาคาร โครงสร้าง ระบบไฟฟ้า และแผนติดตั้งตามขอบเขตบริการ

พื้นที่ที่มีโรงงาน คลังสินค้า และสำนักงานร่วมกัน

โครงการหลายอาคารหรือ Industrial Campus

สาธารณูปโภคร่วม การจราจรภายใน ลำดับก่อสร้าง การแยกพื้นที่ทำงาน และกำหนดเปิดใช้แต่ละส่วน

วางภาพรวมการประสานงาน แบ่ง Package ติดตาม Interface และสรุปสถานะให้เจ้าของ


ตัวเลขพื้นที่หรือจำนวนชั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการประเมิน ไม่ใช่ตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว โรงงานขนาดไม่ใหญ่มากอาจมีระบบการผลิตที่ซับซ้อน ขณะที่อาคารขนาดใหญ่บางโครงการอาจแบ่งขอบเขตงานและทีมบริหารไว้ชัดเจนแล้ว การกำหนดบริการจึงควรดูทั้งความซับซ้อน ความเสี่ยง ระยะเวลา และผลลัพธ์ที่เจ้าของต้องการ


โรงงานขนาดตั้งแต่ประมาณ 500 ตารางเมตรขึ้นไป


ตามเกณฑ์รับปรึกษาเบื้องต้นของเรา โครงการโรงงานตั้งแต่ประมาณ 500 ตารางเมตรขึ้นไปสามารถส่งข้อมูลให้เราประเมิน Scope ได้ ส่วนขนาดพื้นที่น้อยกว่านี้เราเองก็รับพิจารณาตามเคส


โครงการโรงงานอาจเป็นการสร้างอาคารใหม่ ขยายกำลังการผลิต เพิ่มคลังสินค้า หรือปรับปรุงอาคารเดิมเพื่อรองรับเครื่องจักรและระบบใหม่ สิ่งที่ต้องพิจารณาไม่ได้มีเพียงโครงสร้างอาคาร แต่รวมถึงพื้นรับน้ำหนัก การไหลของวัตถุดิบและสินค้า งานระบบ สาธารณูปโภค พื้นที่โหลดสินค้า และแผนย้ายหรือเริ่มการผลิต


หากเจ้าของให้เราเข้ามาตั้งแต่ช่วงเตรียมโครงการ เราจะช่วยตรวจความสัมพันธ์ระหว่างความต้องการใช้งาน แบบ BOQ แผนจัดซื้อจัดจ้าง และกำหนดเปิดโรงงานได้ก่อนเข้าสู่หน้างานจริง


อาคาร Low Rise และโครงการแนวราบ


อาคาร Low Rise ไม่ได้แปลว่าโครงการบริหารง่ายเสมอไป โครงการหมู่บ้านจัดสรรอาจมีงานซ้ำหลายหลัง Community Mall อาจมีผู้เช่าและระบบหลายส่วน ส่วนบ้านหรูหรืออาคารสำนักงานอาจมีรายละเอียดสถาปัตยกรรมและงานระบบที่ต้องประสานอย่างละเอียด


เราสามารถช่วยเจ้าของกำหนดมาตรฐานการตรวจ แบ่งพื้นที่หรือ Work Package ติดตามงานที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด และเตรียมการส่งมอบให้เป็นระบบตามลักษณะโครงการ


อาคารตั้งแต่ 8 ชั้นขึ้นไปและอาคารสูง


โครงการอาคารตั้งแต่ 8 ชั้นขึ้นไปมักมีการทำงานหลายชั้น การขนส่งแนวดิ่ง งานระบบประกอบอาคาร และผู้รับเหมาหลายชุด การตัดสินใจเรื่องแบบ วัสดุ และลำดับติดตั้งในพื้นที่หนึ่งอาจส่งผลต่ออีกหลายชั้นหรือหลายระบบ


เราช่วยประสานข้อมูลระหว่างงานสถาปัตยกรรม โครงสร้าง และ MEP ติดตามแผนงานและเอกสารอนุมัติ รวมถึงสรุปผลกระทบที่เจ้าของต้องตัดสินใจ ทั้งนี้ คำว่า “อาคารตั้งแต่ 8 ชั้นขึ้นไป” ในบทความนี้ใช้เพื่ออธิบายกลุ่มโครงการเป้าหมายของเรา ไม่ใช่นิยามอาคารสูงตามกฎหมาย กฎกระทรวงตามกฎหมายควบคุมอาคารนิยาม “อาคารสูง” จากความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป พร้อมวิธีวัดที่กำหนดไว้ จึงไม่ควรใช้จำนวนชั้นเป็นเกณฑ์ทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว


โรงงานที่วางแผนติดตั้ง Solar Cell หรือ Solar Rooftop


หากเจ้าของวางแผนติดตั้ง Solar Cell ตั้งแต่ช่วงออกแบบโรงงาน การประสานข้อมูลสามารถเริ่มได้ก่อนโครงสร้างหลังคาและระบบไฟฟ้าถูกกำหนดจนแก้ไขได้ยาก ประเด็นที่ต้องเชื่อมกันอาจประกอบด้วยน้ำหนักและสภาพโครงสร้าง พื้นที่ติดตั้ง การเข้าถึงเพื่อบำรุงรักษา ระบบไฟฟ้า ระบบป้องกันอัคคีภัย ลำดับการก่อสร้าง และเงื่อนไขอนุญาตที่เกี่ยวข้อง


เจ้าของสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่อง การติดตั้ง Solar Cell โรงงาน เพื่อเตรียมตัวก่อนเริ่มวางแผน


โครงการที่มีโรงงาน คลังสินค้า และอาคารสำนักงานในพื้นที่เดียวกัน


โครงการลักษณะนี้มี Interface ระหว่างหลายอาคารและหลายระบบ เช่น ถนนภายใน ระบบระบายน้ำ ไฟฟ้า ประปา ระบบดับเพลิง พื้นที่โหลดสินค้า ทางเข้าออก และกำหนดเปิดใช้งานของแต่ละส่วน หากแต่ละอาคารวางแผนแยกกันโดยไม่มีภาพรวม เจ้าของอาจพบว่างานส่วนกลางไม่พร้อมในวันที่อาคารหนึ่งต้องเริ่มใช้งาน


เราสามารถช่วยแบ่ง Package และ Milestone ระบุจุดเชื่อมต่อระหว่างงาน ติดตามผู้รับผิดชอบ และสรุปผลกระทบข้ามอาคารให้เจ้าของเห็นจากข้อมูลชุดเดียวกัน


Stable Inter ทำงานต่างจากบริษัทที่ปรึกษาทั่วไปอย่างไร?


แนวทางของเราคือ “เราบริหารโครงการในภาพเดียวกับเจ้าของโครงการ” หมายถึงการรายงานไม่ควรจบที่ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ต้องช่วยให้เจ้าของเห็นว่าเรื่องนั้นกระทบคุณภาพ เวลา ต้นทุน ความปลอดภัย หรือการตัดสินใจใด


เราใช้ทีมผู้เชี่ยวชาญระดับ Senior และ Manager เป็นผู้นำการควบคุม การประสานงาน และการตัดสินใจในประเด็นสำคัญ พร้อมดูแลตามวงจร Pre-construction, Construction และ Post-construction ภายใต้ Scope ที่ตกลงกับเจ้าของ


คุณสามารถดู บริการบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง และ ผลงานการคุมงานก่อสร้าง เพื่อประเมินว่าประสบการณ์และรูปแบบบริการสอดคล้องกับโครงการหรือไม่


เจ้าของโครงการควรติดต่อ Stable Inter ในช่วงไหน?


ช่วงที่เหมาะที่สุดขึ้นอยู่กับความช่วยเหลือที่เจ้าของต้องการ แต่โดยทั่วไปเจ้าของสามารถเริ่มหารือกับเราได้ใน 4 จังหวะสำคัญ


  1. ก่อนเริ่มออกแบบหรือพัฒนาที่ดิน เพื่อกำหนดความต้องการ ข้อจำกัด งบประมาณ และแผนอนุญาตให้สัมพันธ์กัน

  2. ก่อนประกวดราคาและเซ็นสัญญาก่อสร้าง เพื่อตรวจแบบ BOQ ขอบเขต งวดงาน และฐานเปรียบเทียบข้อเสนอ

  3. ก่อนเริ่มก่อสร้างหรือเมื่อกำลังวางระบบควบคุมโครงการ เพื่อกำหนด Workflow รายงาน การตรวจงาน การอนุมัติ และผู้รับผิดชอบ

  4. ก่อนตรวจรับและส่งมอบ เพื่อวางแผนการทดสอบ ตรวจ Defect เอกสารส่งมอบ และติดตามรายการค้าง


โครงการที่เริ่มดำเนินการแล้วก็สามารถนำมาหารือกับเราได้ แต่เราต้องตรวจสภาพหน้างาน เอกสาร สัญญา ปัญหาค้าง และอำนาจที่เหลือก่อนกำหนด Scope ใหม่ การมีที่ปรึกษาไม่ใช่การรับประกันว่าจะย้อนแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วได้ทั้งหมด


ผลงานและองค์กรที่ไว้วางใจ Stable Inter


เรามีประสบการณ์ด้าน Construction Management และ Engineering Oversight มากกว่า 10 ปี ครอบคลุมโครงการโรงงาน คลังสินค้า อาคารสำนักงาน อาคารพาณิชย์ โครงการอสังหาริมทรัพย์ คอนโด โรงแรม และบ้านหรู


ก่อนเลือกทีมที่ปรึกษา เจ้าของควรดูทั้งประเภทผลงาน ความใกล้เคียงกับโครงการ ทีมที่จะลงงานจริง และวิธีทำงาน ไม่ควรพิจารณาเพียงชื่อโครงการหรือจำนวนปีเท่านั้น สามารถดู ผลงานก่อสร้างโรงงานและคลังสินค้า รวมถึงโครงการประเภทอื่นในหน้าผลงานของบริษัท


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Stable Inter


Stable Inter รับเหมาก่อสร้างด้วยหรือไม่?

เราคือบริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหาร ตรวจสอบ และควบคุมงานก่อสร้าง ไม่ใช่ผู้รับเหมาที่ลงมือก่อสร้างโดยตรง

บริการของเราสามารถครอบคลุมตั้งแต่ Pre-construction เช่น ตรวจแบบ BOQ และสนับสนุนการคัดเลือกผู้รับเหมา ระหว่างก่อสร้าง เช่น ควบคุมคุณภาพ แผนงาน การเบิกจ่ายและการประสานงาน ไปจนถึง Post-construction เช่น ทดสอบ ตรวจ Defect และเตรียมเอกสารส่งมอบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ Scope ของโครงการ

ตามเกณฑ์รับปรึกษาเบื้องต้นของเรา โครงการโรงงานตั้งแต่ประมาณ 500 ตารางเมตรขึ้นไปสามารถนำมาปรึกษาเพื่อประเมิน Scope ได้ อย่างไรก็ตาม พื้นที่ไม่ใช่เกณฑ์เดียว เราต้องดูประเภทกิจการ ระบบการผลิต งาน MEP ที่เกี่ยวข้อง ระยะเวลา ที่ตั้ง และขอบเขตความช่วยเหลือที่เจ้าของต้องการด้วย

เราดูแลได้ทั้งอาคาร Low Rise โครงการแนวราบ อาคารตั้งแต่ 8 ชั้นขึ้นไป และอาคารสูง โดยขอบเขตทีมและวิธีควบคุมต้องปรับตามความซับซ้อนของโครงการ คำว่าอาคารสูงควรตรวจตามนิยามกฎหมายและข้อเท็จจริงของอาคาร ไม่ควรตัดสินจากจำนวนชั้นอย่างเดียว

ควรเริ่มหารือกับเราตั้งแต่ช่วงกำหนดความต้องการและออกแบบ เพื่อให้ข้อมูลโครงสร้างหลังคา ระบบไฟฟ้า การเข้าถึงเพื่อบำรุงรักษา ความปลอดภัย และลำดับติดตั้งสอดคล้องกัน หากโครงการออกแบบหรือก่อสร้างไปแล้ว เราต้องตรวจข้อมูลและสภาพจริงก่อนกำหนด Scope ที่เหมาะสม

โครงการหลายอาคารสามารถนำมาปรึกษาเราได้ โดยเราช่วยวางภาพรวม Package, Milestone, สาธารณูปโภคร่วม จุดเชื่อมต่อ และผู้รับผิดชอบของแต่ละส่วน เพื่อให้เจ้าของเห็นผลกระทบข้ามอาคารจากข้อมูลชุดเดียวกัน

เราช่วยตรวจแบบและ BOQ เปรียบเทียบข้อเสนอ ติดตามงวดงาน งานเพิ่ม–ลด และรายงานประเด็นที่อาจกระทบงบประมาณตาม Scope เป้าหมายคือช่วยให้เจ้าของเห็นข้อมูลและตัดสินใจได้เป็นระบบ ไม่ใช่รับประกันว่าโครงการจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเลย

เตรียมข้อมูลเบื้องต้น เช่น ประเภทและที่ตั้งโครงการ ขนาดพื้นที่ สถานะของแบบและ BOQ กำหนดเริ่มงาน และเรื่องที่ต้องการให้เราช่วยดูแล แล้วติดต่อเราผ่านโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลด้านล่างได้เลย


สนใจบริการที่ปรึกษาและควบคุมงานก่อสร้างติดต่อ


อักษรเพชร สุขสิริถาวรกุล (Co-Founder and Executive Committee)


bottom of page