5 สิ่งที่เจ้าของโครงการต้องรู้ ก่อนเริ่มการสร้างโรงงาน
- Pun Zeepongsekul
- 26 ก.ย. 2568
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 16 ธ.ค. 2568
การสร้างโรงงานอุตสาหกรรมเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยการวางแผนอย่างรอบคอบและเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกฎหมาย งบประมาณ หรือการเลือกทำเลที่เหมาะสม ซึ่งหากขาดการเตรียมความพร้อมในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง อาจส่งผลให้โครงการเกิดความล่าช้า งบประมาณบานปลาย หรือแม้กระทั่งไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย การมีคอนเซาท์ที่เชี่ยวชาญการควบคุมงานก่อสร้างโรงงาน ช่วยส่งผลอย่างมากต่อความสำเร็จในการสร้างโรงงาน
บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจ 5 สิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องรู้ก่อนการสร้างโรงงาน ตั้งแต่กฎหมายการตั้งโรงงาน การประเมินงบประมาณที่ครอบคลุม ไปจนถึงการเลือกที่ปรึกษาก่อสร้างที่มีประสบการณ์

1. ทำความเข้าใจกฎหมายและข้อกำหนดการสร้างโรงงาน
ก่อนเริ่มโครงการ คุณต้องศึกษากฎหมายการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมตาม พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535 ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องขออนุญาตก่อนก่อสร้าง โดยเฉพาะการยื่นขอ รง.4 (ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน) ซึ่งใช้เวลาดำเนินการโดยเฉลี่ย 2-6 เดือน ขึ้นอยู่กับประเภทและขนาดของโรงงาน สำหรับโรงงานขนาดใหญ่บางประเภทยังต้องจัดทำรายงาน EIA หรือ EHIA เพื่อประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วย การเข้าใจขอกำหนดการสร้างโรงงานตั้งแต่ต้นจะช่วยป้องกันปัญหาทางกฎหมายและการหยุดชะงักของโครงการในภายหลัง
2. ประเมินงบประมาณการสร้างโรงงานให้ครอบคลุม
คำถามที่นักลงทุนส่วนใหญ่สนใจคือ สร้างโรงงานใช้เงินเท่าไหร่ ซึ่งงบประมาณจะแตกต่างกันไปตามขนาดและประเภทของอุตสาหกรรม โดยทั่วไปควรแบ่งงบประมาณเป็นส่วนๆ ได้แก่ ค่าที่ดินและการเตรียมพื้นที่ประมาณ 20-30% ค่าก่อสร้างอาคารและโครงสร้างหลักซึ่งเป็นส่วนใหญ่อยู่ที่ 40-50% ค่าระบบสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น ระบบน้ำ-ไฟฟ้า และระบบบำบัดน้ำเสียอีก 15-20% และค่าที่ปรึกษาพร้อมการออกแบบประมาณ 5-10% ของงบรวม ยกตัวอย่างเช่น โรงงานขนาดกลางพื้นที่ประมาณ 3,000 ตารางเมตร มักใช้งบประมาณในการก่อสร้างตั้งแต่ 30-50 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและมาตรฐานที่ต้องการ
3. เลือกทำเลที่เหมาะสมกับประเภทโรงงาน
ทำเลที่ตั้งมีผลต่อทั้งต้นทุนการดำเนินงานและความสะดวกในการขนส่ง การเลือกระหว่างนิคมอุตสาหกรรมกับพื้นที่นอกนิคมแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกัน นิคมอุตสาหกรรมมีโครงสร้างพื้นฐานพร้อมและได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ แต่ค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่า ในขณะที่พื้นที่นอกนิคมอาจมีความยืดหยุ่นมากกว่าแต่ต้องลงทุนในระบบสาธารณูปโภคเอง นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาระยะห่างจากชุมชนตามที่กฎหมายกำหนด การเข้าถึงเส้นทางหลักสำหรับขนส่งวัตถุดิบและสินค้า รวมถึงความพร้อมของแหล่งน้ำและไฟฟ้าในพื้นที่ด้วย

4. ออกแบบโครงสร้างให้รองรับการใช้งานระยะยาว
การออกแบบโรงงานที่ดีไม่ได้มีแค่ความสวยงาม แต่ต้องคำนึงถึงการใช้งานจริงและความปลอดภัย การวางผังโรงงานควรเหมาะสมกับกระบวนการผลิต ลดการเคลื่อนย้ายวัตถุดิบและสินค้าที่ไม่จำเป็น โครงสร้างอาคารต้องแข็งแรงเพียงพอที่จะรองรับน้ำหนักของเครื่องจักรและอุปกรณ์หนักๆ ระบบระบายอากาศและแสงสว่างต้องเหมาะสมกับประเภทการผลิต พร้อมทั้งติดตั้งระบบความปลอดภัยครบถ้วนตามมาตรฐาน สิ่งสำคัญคือต้องออกแบบให้สามารถขยายกำลังการผลิตได้ในอนาคต เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจโดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างหลักมากนัก
5. เลือกที่ปรึกษาวิศวกรที่มีประสบการณ์
ความสำเร็จของโครงการสร้างโรงงานขึ้นอยู่กับทีมที่ปรึกษามืออาชีพเป็นอย่างมาก ที่ปรึกษาที่ดีจะช่วยควบคุมคุณภาพงาน ดูแลงบประมาณให้เป็นไปตามแผน และจัดการกับปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้าง คุณควรตรวจสอบผลงานการควบคุมงานก่อสร้างประเภทโรงงาน และประสบการณ์ของบริษัทที่ปรึกษาก่อสร้าง โดยเฉพาะในโครงการประเภทเดียวกับที่คุณจะทำ การเลือกบริษัทที่ให้บริการครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ ควบคุมงาน ไปจนถึงการส่งมอบงาน จะช่วยลดความซับซ้อนในการประสานงานและรับผิดชอบโครงการได้ดียิ่งขึ้น
