วิธีคัดเลือกบริษัทควบคุมงานก่อสร้าง: 8 เกณฑ์ที่เจ้าของโครงการควรตรวจสอบก่อนจ้าง

อัปเดตเมื่อ 2 ก.ย.
วิธีคัดเลือกบริษัทควบคุมงานก่อสร้างที่เหมาะสม คือประเมินประสบการณ์ของบริษัทควบคู่กับทีมที่จะลงงานจริง ขอบเขตบริการ วิธีควบคุมโครงการ ระบบรายงาน ความเป็นอิสระ ผลงานอ้างอิง และค่าบริการ อย่าเริ่มจากคำถามว่า “บริษัทไหนราคาต่ำที่สุด” เพราะข้อเสนอที่ดูใกล้กันอาจรวมจำนวนคน วันเข้าหน้างาน และผลส่งมอบไม่เท่ากัน
สำหรับเจ้าของโรงงาน คลังสินค้า อาคารสำนักงาน อาคารสูง และโครงการอสังหาริมทรัพย์ การเลือกบริษัทควบคุมงานคือการเลือกทีมที่จะช่วยรวบรวมข้อเท็จจริง กลั่นกรองข้อมูลจากหลายฝ่าย และเสนอประเด็นที่เจ้าของต้องตัดสินใจ บทความนี้จึงเน้นหลักฐานที่ควรขอและคำถามที่ควรถาม มากกว่าการดูข้อความโฆษณาหรือ Company Profile เพียงอย่างเดียว
ทำไมการเลือกบริษัทควบคุมงานก่อสร้างจึงไม่ควรดูราคาเพียงอย่างเดียว?
ค่าบริการจะเปรียบเทียบกันได้เมื่อขอบเขต ทีม ระยะเวลา และผลส่งมอบอยู่บนฐานเดียวกัน บริษัทหนึ่งอาจเสนอทีมประจำหน้างาน อีกบริษัทอาจเข้าเฉพาะวันตรวจสำคัญ หรือรวมรายงานและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางต่างกัน หากดูเฉพาะยอดรวม เจ้าของอาจกำลังเปรียบเทียบบริการคนละชุด
ตัวอย่าง TOR งานจ้างควบคุมงานก่อสร้างของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยฉบับหนึ่ง แยกพิจารณาผลงานและประสบการณ์ออกจากวิธีปฏิบัติงานควบคุมโครงการ แสดงให้เห็นว่าการประเมินด้านเทคนิคมีหลายมิติ ส่วนรายงานประจำปีของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งระบุว่าใช้ราคา ผลงาน ประสบการณ์ และความพร้อมในการทำงานประกอบกัน ตัวอย่างเหล่านี้ไม่ใช่ข้อบังคับสำหรับโครงการเอกชนทุกแห่ง แต่ช่วยยืนยันว่าการตัดสินใจไม่จำเป็นต้องอาศัยราคาเพียงตัวเดียว
8 เกณฑ์คัดเลือกบริษัทควบคุมงานก่อสร้างมีอะไรบ้าง?
เกณฑ์แต่ละข้อต้องแปลงเป็นคำถามและหลักฐาน คำว่า “มีประสบการณ์” หรือ “ทีมมืออาชีพ” ยังไม่พอ หากเจ้าของไม่รู้ว่าประสบการณ์นั้นตรงกับโครงการอย่างไร และใครเป็นผู้รับผิดชอบจริง
1. ประสบการณ์ตรงกับประเภทและขนาดโครงการ
ดูความใกล้เคียงของผลงาน ไม่ใช่จำนวนปีที่เปิดบริษัทเพียงอย่างเดียว ขอ Project Sheet ที่ระบุประเภทอาคาร ขนาด ช่วงบริการ ขอบเขตที่รับผิดชอบ และสถานะของโครงการ ภาพถ่ายกับรายชื่อลูกค้ายังไม่อธิบายว่าบริษัทมีบทบาทในงานออกแบบ งานประกวดราคา งานควบคุมหน้างาน หรือการส่งมอบมากน้อยเพียงใด
โครงการโรงงานควรดูประสบการณ์ด้านระบบผลิต พื้นรับน้ำหนัก งานสาธารณูปโภค และข้อจำกัดการเดินเครื่อง ขณะที่อาคารสูงต้องประสานงานโครงสร้าง สถาปัตยกรรม ระบบประกอบอาคาร และข้อกำหนดหลายด้าน ประสบการณ์ที่ตรงโจทย์จึงมีน้ำหนักมากกว่าผลงานจำนวนมากแต่คนละประเภท
2. ทีมหลักที่จะลงโครงการจริง
ขอ Organization Chart, CV, หน้าที่ และ Manpower Schedule ของ Project Lead, Project Manager และวิศวกรแต่ละสาขา ถามให้ชัดว่าคนที่นำเสนอจะทำงานจริงหรือไม่ ใครอยู่ประจำ ใครเข้าเป็นช่วง และใครตัดสินใจเมื่อเกิดปัญหาที่กระทบหลายฝ่าย
เจ้าของควรแยก “ทีมที่บริษัทมี” ออกจาก “ทีมที่จัดสรรให้โครงการ” เพราะคุณภาพการทำงานขึ้นกับความพร้อมของบุคลากรชุดที่ลงงานจริง รวมถึงระบบทดแทนเมื่อมีการเปลี่ยนคน
บ่อยครั้งเด็กจบใหม่ที่ประสบการณ์ยังน้อย มักถูกมอบหมายให้ลงไปคุมไซต์งานก่อสร้างจริงโดยไม่มีวิศวกรระดับสูงควบคู่ไปด้วย นั้นทำให้การคัดเลือกบริษัทควบคุมงานก่อสร้าง ไม่ควรดูแค่ราคาเพียงอย่างเดียว
3. ขอบเขตบริการตรงกับความเสี่ยงของโครงการ
กำหนดก่อนว่าต้องการบริการช่วง Pre-Construction, Construction หรือ Post-Construction งานอาจครอบคลุมการตรวจแบบและ BOQ การประกวดราคา การประสานงาน การควบคุมคุณภาพ แผนงาน งวดชำระ Defect และเอกสารส่งมอบ
การศึกษา ขอบเขตงานที่ปรึกษาก่อสร้าง ก่อนขอราคาจะช่วยให้ทุกบริษัทตีความโจทย์ใกล้กัน พร้อมระบุสิ่งที่รวม สิ่งที่ไม่รวม และบริการที่คิดเพิ่มในสถานการณ์ใด
4. ระบบควบคุมและรายงานตรวจสอบได้
ขอดูตัวอย่าง Weekly Report, Monthly Report, Issue Log หรือแบบฟอร์มติดตามงาน โดยให้บริษัทปกปิดข้อมูลลูกค้าเดิมได้ ตรวจว่ารายงานระบุสถานะ ผู้รับผิดชอบ วันเป้าหมาย ผลกระทบ และสิ่งที่ต้องการการตัดสินใจหรือไม่
เจ้าของสามารถใช้บทความเรื่อง รายงานความก้าวหน้าโครงการก่อสร้าง เป็นรายการตั้งต้นในการถามว่าข้อมูลใดจะได้รับทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน และใครเป็นผู้ตรวจสอบก่อนส่ง
5. ความเป็นอิสระในฐานะตัวแทนเจ้าของ
บริษัทควบคุมงานก่อสร้าง ควรมีสายการรายงานและอำนาจหน้าที่ชัดเจน ถามถึงความสัมพันธ์กับผู้ออกแบบ ผู้รับเหมา และ Supplier รวมถึงวิธีเปิดเผยและจัดการผลประโยชน์ทับซ้อน
ความเป็นอิสระไม่ได้แปลว่าต้องขัดแย้งกับผู้รับเหมา แต่หมายถึงการตรวจงานและรายงานข้อเท็จจริงตามแบบ สัญญา และเกณฑ์ที่โครงการกำหนด พร้อมแยกเรื่องที่ทีมแก้ไขได้ออกจากเรื่องที่เจ้าของต้องตัดสินใจ
6. ผลงานและบุคคลอ้างอิงตรวจสอบได้
ขอรายละเอียดบทบาท ช่วงบริการ ทีมรับผิดชอบ และผลส่งมอบของงานที่ใกล้เคียง หากได้รับอนุญาต ควรสอบถามเจ้าของโครงการเดิมเรื่องการสื่อสาร ความต่อเนื่องของทีม และความชัดเจนของรายงาน
การดู ผลงานการควบคุมงานก่อสร้าง หรือ Portfolio ของบริษัทใดควรจับคู่กับโจทย์ของโครงการ ไม่ควรสรุปจากชื่อโครงการหรือภาพอาคารเพียงอย่างเดียว
7. ข้อเสนอระบุทีม Deliverables และ Exclusions ชัดเจน
Technical Proposal ควรมี Organization Chart, Manpower Schedule, Methodology, Deliverables, รอบรายงาน และ Exclusions ทำ Scope Matrix เพื่อเทียบว่าข้อเสนอแต่ละฉบับรวมงานใดและต่างกันตรงไหน
สัญญาณที่ต้องถามต่อคือข้อเสนอที่บอกเพียงจำนวนคนกับราคา ไม่ระบุช่วงเวลาที่แต่ละคนเข้าร่วม หรือใช้คำกว้างจนไม่ทราบว่าจะส่งมอบเอกสารอะไรและเมื่อใด
8. ค่าบริการสัมพันธ์กับขอบเขตและคุณค่าของงาน
เมื่อข้อเสนอด้านเทคนิคผ่านเกณฑ์แล้ว จึงเทียบค่าบริการ ระยะสัญญา งานทดสอบ ผู้เชี่ยวชาญ ค่าเดินทาง และเงื่อนไขงานเพิ่ม หากข้อเสนอหนึ่งราคาต่างจากรายอื่นมาก ควรถามว่าความต่างมาจากวิธีทำงานที่มีประสิทธิภาพหรือจากขอบเขตที่น้อยกว่า
มองค่าที่ปรึกษาเป็น Project Investment ที่สัมพันธ์กับความซับซ้อน ความเสี่ยง และข้อมูลที่เจ้าของจะได้รับ ไม่ใช่ตัดสินด้วยราคาล้วน ๆ
ตารางให้คะแนนบริษัทควบคุมงานก่อสร้าง
ตารางนี้เป็นตัวอย่างสำหรับทำ Shortlist เจ้าของควรปรับน้ำหนักตามประเภทและความเสี่ยงของโครงการ ไม่ใช่นำคะแนนไปใช้เป็นมาตรฐานตายตัว
เกณฑ์ | น้ำหนักตัวอย่าง | หลักฐานที่ควรขอ | สัญญาณที่ต้องถามต่อ |
ประสบการณ์ตรง | 20% | Project Sheet และขอบเขตจริง | มีแต่รายชื่อลูกค้า |
ทีมและความพร้อม | 20% | CV และ Manpower Schedule | ทีมเสนอขายไม่ตรงทีมลงงาน |
วิธีบริหารและรายงาน | 20% | Methodology และรายงานตัวอย่าง | ไม่มีผู้รับผิดชอบหรือวันปิดประเด็น |
ขอบเขตและ Deliverables | 15% | Scope Matrix และ Exclusions | ผลส่งมอบตีความไม่ได้ |
ความเป็นอิสระ | 10% | Conflict Disclosure | ไม่เปิดเผยความสัมพันธ์ |
ผลงานอ้างอิง | 5% | ผู้ติดต่อจากงานใกล้เคียง | ตรวจสอบบทบาทไม่ได้ |
ค่าบริการ | 10% | Cost Breakdown | เปรียบเทียบไม่ได้เพราะขอบเขตต่างกัน |
หากบุคลากรเฉพาะทางหรือใบอนุญาตวิชาชีพเป็นเงื่อนไขจำเป็น อาจกำหนดเป็น Pass/Fail ก่อนคำนวณคะแนนรวม โดยต้องระบุคุณสมบัติให้สัมพันธ์กับงานจริง
7 ขั้นตอนคัดเลือกบริษัทควบคุมงานก่อสร้าง
สรุปเป้าหมายและความเสี่ยง: ระบุประเภทอาคาร สถานะโครงการ งบประมาณ เวลา และเรื่องที่เจ้าของกังวล
เขียน Brief หรือ TOR: กำหนดขอบเขต ผลส่งมอบ ทีมขั้นต่ำ รายงาน และรูปแบบราคาให้ทุกบริษัทตอบในฐานเดียวกัน
สร้าง Longlist: ตรวจประสบการณ์ ทีม ความพร้อม และเงื่อนไขที่จำเป็นก่อนขอข้อเสนอเต็ม
ขอ Technical และ Commercial Proposal: แยกการประเมินคุณภาพออกจากราคาเพื่อให้เห็นเหตุผลของแต่ละข้อเสนอ
สัมภาษณ์ทีมลงงาน: ใช้สถานการณ์จากโครงการถามวิธีวิเคราะห์ รายงาน และ Escalate ปัญหา
ตรวจผลงานอ้างอิง: ยืนยันบทบาท ความต่อเนื่องของทีม และประสบการณ์ที่เสนอ
ให้คะแนนและตกลงสัญญา: เทียบข้อยกเว้น อำนาจอนุมัติ ระยะเวลา งานเพิ่ม และเงื่อนไขเปลี่ยนบุคลากรก่อนลงนาม
คำถามที่ควรถามก่อนตัดสินใจ
งานใดใกล้เคียงกับโครงการของเรามากที่สุด และบริษัทรับผิดชอบเรื่องใดในงานนั้น?
ใครเป็น Project Lead และทีมแต่ละตำแหน่งจะอยู่ในโครงการช่วงใด?
เมื่อพบปัญหาคุณภาพ แผนงาน หรืองบประมาณ ทีมจะแจ้งและติดตามอย่างไร?
รายงานใดส่งเป็นประจำ และประเด็นแบบไหนจะถูก Escalate ถึงเจ้าของ?
ขอบเขตใดไม่รวม และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในกรณีใด?
บริษัทมีความสัมพันธ์กับคู่สัญญาหรือ Supplier ที่ต้องเปิดเผยหรือไม่?
ควรเริ่มคัดเลือกบริษัทควบคุมงานก่อสร้างเมื่อใด?
ควรเริ่มก่อนตัดสินใจเรื่องแบบ BOQ แผนงาน การจัดซื้อจัดจ้าง หรือสัญญา การมี ที่ปรึกษาก่อสร้าง ตั้งแต่ Pre-Construction ช่วยให้มีเวลาทบทวนโจทย์และจัดทำข้อมูลกลางก่อนเปรียบเทียบผู้รับเหมา
โครงการที่เริ่มก่อสร้างแล้วก็ยังสามารถว่าจ้างบริษัทควบคุมงานได้ แต่ต้องตรวจสภาพหน้างาน เอกสาร สัญญา ปัญหาค้าง และอำนาจที่เหลือก่อนกำหนด Scope ใหม่ บริษัทที่ปรึกษาไม่ควรรับรองว่าจะย้อนแก้ปัญหาเดิมได้ทั้งหมดโดยยังไม่ได้ตรวจสอบข้อมูล
Stable Inter เหมาะกับโครงการแบบใด?
Stable Inter ให้บริการบริหาร ตรวจสอบ และควบคุมงานก่อสร้างในฐานะตัวแทนเจ้าของ ครอบคลุมอาคารสูง โรงงาน คลังสินค้า อาคารสำนักงาน และโครงการอสังหาริมทรัพย์ ทีมระดับ Senior และ Manager เชื่อมข้อมูลด้านคุณภาพ เวลา ต้นทุน และความปลอดภัย เพื่อให้เจ้าของเห็นสถานการณ์และประเด็นตัดสินใจในภาพเดียวกัน
แนวทางของบริษัทคือ “เราบริหารโครงการในภาพเดียวกับเจ้าของโครงการ” หากกำลังเปรียบเทียบหลายบริษัท คุณสามารถใช้เกณฑ์ในบทความนี้ตรวจ Stable Inter ด้วยมาตรฐานเดียวกับทุกบริษัทได้
สนใจบริการที่ปรึกษาและควบคุมงานก่อสร้างติดต่อ
อักษรเพชร สุขสิริถาวรกุล (Co-Founder and Executive Committee)
โทร: 062-648-2222
ไลน์: @stableinter








