top of page

ค่าบริการที่ปรึกษาก่อสร้างคิดอย่างไร ปัจจัยที่กำหนดราคาและขอบเขตงาน

  • รูปภาพนักเขียน: Stable Inter Consultant
    Stable Inter Consultant
  • 5 ส.ค.
  • ยาว 3 นาที

ค่าบริการที่ปรึกษาก่อสร้างไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกโครงการ เพราะราคาขึ้นอยู่กับขอบเขตงาน ระยะเวลาก่อสร้าง จำนวนและประสบการณ์ของทีม ความถี่ในการเข้าหน้างาน ความซับซ้อนของโครงการ และเอกสารส่งมอบที่เจ้าของต้องการ การเปรียบเทียบราคาจึงควรเริ่มจากการทำ Scope ให้เป็นฐานเดียวกัน ไม่ใช่ดูเฉพาะยอดรวมท้ายใบเสนอราคา


สำหรับเจ้าของโครงการ นักลงทุน ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หรือฝ่ายจัดซื้อ คำถามที่สำคัญจึงไม่ใช่เพียง “ราคาเท่าไร” แต่ต้องถามต่อว่า ราคานั้นครอบคลุมใคร ทำอะไร อยู่หน้างานบ่อยเพียงใด และรับผิดชอบถึงขั้นตอนไหน หากตอบคำถามเหล่านี้ได้ชัด การประเมินความคุ้มค่าและการควบคุมงบประมาณตลอดโครงการจะทำได้ง่ายขึ้นมาก


ค่าบริการที่ปรึกษาก่อสร้างมีวิธีคิดแบบใดบ้าง


วิธีคิดค่าบริการที่พบบ่อยมี 4 รูปแบบ ได้แก่ เหมาจ่าย รายเดือนหรือตามกำลังคน คิดเป็นสัดส่วนของมูลค่าก่อสร้าง และรูปแบบผสม ไม่มีรูปแบบใดดีที่สุดสำหรับทุกโครงการ สิ่งที่ต้องเลือกคือวิธีคิดที่สะท้อน Scope และทรัพยากรที่ต้องใช้จริงได้ชัดที่สุด


วิธีคิดค่าบริการ

เหมาะกับ Scope แบบใด

จุดที่เจ้าของโครงการต้องตรวจสอบ

เหมาจ่าย หรือ Lump Sum

งานที่กำหนดขอบเขต ผลงานส่งมอบและระยะเวลาได้ชัด

เงื่อนไขงานเพิ่ม การแก้ไขซ้ำและการขยายเวลา

รายเดือน หรือคิดตามทีม

งานควบคุมต่อเนื่องที่จำนวนคนและระยะเวลามีผลโดยตรง

ตำแหน่ง จำนวนคน วันประจำไซต์และอัตราสำหรับช่วงขยายเวลา

สัดส่วนของมูลค่าก่อสร้าง

งานที่ Scope เชื่อมโยงกับขนาดและมูลค่าโครงการ

ฐานมูลค่าที่ใช้คำนวณ รายการที่รวมและการปรับเมื่อมูลค่าเปลี่ยน

รูปแบบผสม หรือ Hybrid Fee

โครงการที่แต่ละระยะมีลักษณะงานต่างกัน

การแบ่งค่าบริการแต่ละช่วงและจุดเริ่มต้นของค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม


ค่าบริการแบบเหมาจ่ายเหมาะกับโครงการแบบใด


ค่าบริการแบบเหมาจ่ายเหมาะเมื่อเจ้าของและที่ปรึกษากำหนดขอบเขตงาน ระยะเวลา จำนวนรอบการตรวจและ Deliverables ได้ค่อนข้างแน่นอน เช่น การตรวจเอกสารก่อนประมูล การทบทวนแบบ การ ตรวจสอบ BOQ หรือการตรวจรับงานในขอบเขตเฉพาะ


ก่อนตกลงราคา ควรเขียนให้ชัดว่าเอกสารใดเป็นข้อมูลตั้งต้น ต้องส่งความเห็นกี่รอบ และอะไรถือเป็นงานนอก Scope หากแบบเปลี่ยนหลายครั้งหรือกำหนดส่งเลื่อนออกไป ค่าเหมาจ่ายเดิมอาจไม่ครอบคลุมทรัพยากรที่เพิ่มขึ้น


ค่าบริการแบบรายเดือนหรือคิดตามทีมเหมาะกับกรณีใด


รูปแบบรายเดือนหรือ Man-month เหมาะกับงานบริหารและควบคุมการก่อสร้างที่ต้องใช้ทีมต่อเนื่องตลอดโครงการ ราคาจะสัมพันธ์กับจำนวนบุคลากร ตำแหน่ง ประสบการณ์ ระยะเวลาประจำไซต์และภาระงานของแต่ละคน


ใบเสนอราคาที่ดีควรแจกแจงอย่างน้อยว่าใครทำหน้าที่ Project Manager ใครเป็นวิศวกรประจำไซต์ มีผู้เชี่ยวชาญโครงสร้างหรือ MEP เข้ามาเมื่อใด และแต่ละตำแหน่งปฏิบัติงานเต็มเวลาหรือบางเวลา คำว่า “ทีมวิศวกรดูแลโครงการ” เพียงอย่างเดียวยังไม่พอสำหรับการเทียบราคา


การคิดเป็นสัดส่วนของมูลค่าก่อสร้างมีข้อควรดูอะไร


การคิดเป็นสัดส่วนของมูลค่าก่อสร้างต้องกำหนดฐานคำนวณให้ชัด เช่น ใช้มูลค่าตามงบประมาณ สัญญาก่อสร้าง หรือมูลค่างานจริง รวมงานระบบ งานตกแต่งและงานผู้รับเหมาเฉพาะทางหรือไม่ รวมถึงกำหนดวิธีปรับค่าบริการเมื่อมูลค่าโครงการเปลี่ยน


หลักเกณฑ์ราคากลางหรืออัตราค่าตอบแทนสำหรับการจ้างที่ปรึกษาของหน่วยงานรัฐอยู่ภายใต้กรอบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ จึงไม่ควรนำตัวเลขจากหลักเกณฑ์ดังกล่าวมาใช้เป็นราคาบังคับของโครงการเอกชนโดยอัตโนมัติ โครงการเอกชนควรประเมินจาก Scope เงื่อนไขสัญญาและข้อเสนอของแต่ละบริษัทเป็นหลัก


รูปแบบผสมเหมาะกับโครงการใด


รูปแบบผสมเหมาะกับโครงการที่ลักษณะงานเปลี่ยนไปในแต่ละระยะ ตัวอย่างเช่น คิดราคาเหมาจ่ายสำหรับการตรวจแบบและเอกสารประมูล คิดรายเดือนสำหรับทีมควบคุมหน้างาน และคิดค่าผู้เชี่ยวชาญเฉพาะครั้งเมื่อมีการทดสอบหรือประเด็นเทคนิคที่ต้องวิเคราะห์เพิ่มเติม


ข้อดีคือเจ้าของเห็นต้นทุนของแต่ละช่วงชัดขึ้น แต่ต้องระบุจุดแบ่ง Scope ให้แน่นอน เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างว่าเรื่องใดอยู่ในค่าบริการหลักและเรื่องใดต้องขออนุมัติเพิ่ม


ปัจจัยใดกำหนดค่าบริการที่ปรึกษาก่อสร้าง


ปัจจัยกำหนดราคาไม่ได้มีเพียงขนาดหรือมูลค่าโครงการ แต่รวมถึงความซับซ้อน ระยะเวลา รูปแบบทีม ความถี่ในการเข้าหน้างาน ระบบรายงานและระดับความรับผิดชอบที่เจ้าของมอบหมาย ยิ่งต้องใช้เวลา คนหรือผู้เชี่ยวชาญมาก ต้นทุนบริการก็ยิ่งเปลี่ยนตาม


ปัจจัยหลักที่ควรระบุใน Project Brief มีดังนี้


  • ประเภทและวัตถุประสงค์ของโครงการ: โรงงาน คลังสินค้า อาคารสำนักงาน อาคารสูง โครงการที่อยู่อาศัยและพื้นที่เชิงพาณิชย์มีความเสี่ยงและระบบงานต่างกัน

  • ขนาดและจำนวนพื้นที่ทำงาน: พื้นที่ก่อสร้าง จำนวนอาคาร จำนวนชั้นและจำนวนโซนส่งผลต่อการวางทีมและรอบตรวจ

  • ความซับซ้อนทางวิศวกรรม: โครงสร้างพิเศษ ระบบ MEP ระบบ Utility กระบวนการผลิตและผู้รับเหมาเฉพาะทางเพิ่มภาระการประสานงาน

  • ระยะเวลาและ Phasing: โครงการเร่งรัด งานกลางคืน การก่อสร้างหลายเฟสหรือการทำงานในพื้นที่ที่ยังเปิดใช้งานอยู่ต้องวางแผนกำลังคนต่างจากงานปกติ

  • จำนวนและประสบการณ์ของทีม: ทีมประจำไซต์ ผู้จัดการโครงการ วิศวกรเฉพาะสาขา Document Controller และผู้บริหารที่เข้าร่วมตัดสินใจมีต้นทุนต่างกัน

  • ความถี่ในการเข้าหน้างาน: ประจำไซต์เต็มเวลา เข้าตรวจตามวัน หรือเข้าตาม Milestone ให้ระดับการดูแลไม่เท่ากัน

  • ระบบประชุมและรายงาน: Weekly Meeting, Progress Report, Dashboard, Photo Record, Issue Log และระบบควบคุมเอกสารควรถูกระบุใน Scope

  • ที่ตั้งและค่าใช้จ่ายหน้างาน: ระยะทาง ค่าเดินทาง ที่พัก สำนักงานสนามและเครื่องมืออาจรวมอยู่ในราคา หรือเป็นค่าใช้จ่ายเบิกคืน

  • ความรับผิดชอบในแต่ละระยะ: งานก่อนก่อสร้าง ระหว่างก่อสร้างและส่งมอบใช้ทักษะและ Deliverables ต่างกัน


ในมุมของเรา การกำหนดทีมควรเริ่มจากความเสี่ยงของโครงการ ไม่ใช่เริ่มจากจำนวนคนที่ต้องการลดให้เหลือน้อยที่สุด เพราะทีมที่ไม่สอดคล้องกับงานอาจทำให้การตรวจ การรายงานและการตัดสินใจของเจ้าของไม่ทันต่อสถานการณ์จริง


ขอบเขตงานใดอาจรวมอยู่ในค่าบริการ


ค่าบริการอาจครอบคลุมงานตั้งแต่ก่อนก่อสร้างจนถึงส่งมอบ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกใบเสนอราคาจะรวมทุกกิจกรรม เจ้าของควรขอให้ที่ปรึกษาแจกแจง Scope ตาม Phase เพื่อให้เห็นความรับผิดชอบและผลงานส่งมอบของแต่ละช่วง


Pre-construction อาจครอบคลุมอะไร


ช่วงก่อนก่อสร้างมีเป้าหมายเพื่อลดความไม่ชัดเจนก่อนเริ่มสัญญาหรือเข้าหน้างาน ขอบเขตอาจประกอบด้วย


  • ตรวจความสอดคล้องของแบบ รายการคำนวณ Specification และ BOQ

  • ทบทวนแผนงานก่อสร้าง งบประมาณและจุดเสี่ยง

  • ช่วยจัดทำหรือทบทวนเอกสารประมูลและขอบเขตงาน

  • ประสานคำถามจากผู้เสนอราคา

  • ช่วยเปรียบเทียบข้อเสนอและคัดเลือกผู้รับเหมาตามเกณฑ์ที่ตกลง

  • วิเคราะห์ทางเลือกด้วย Value Engineering เมื่ออยู่ใน Scope


หากเจ้าของยังมีแบบไม่ครบ ที่ปรึกษายังอาจให้ข้อเสนอเบื้องต้นได้ แต่ควรระบุสมมติฐานและรายการข้อมูลที่ยังขาด เพื่อปรับ Scope และราคาอีกครั้งเมื่อข้อมูลชัดขึ้น


Construction phase อาจครอบคลุมอะไร


ช่วงก่อสร้างเป็นงานต่อเนื่องที่ต้องเชื่อมคุณภาพ เวลา ต้นทุนและความปลอดภัยเข้าด้วยกัน ขอบเขตอาจรวมการตรวจวัสดุและงานติดตั้ง การติดตามแผน การประสานผู้เกี่ยวข้อง การตรวจเอกสารขออนุมัติ การพิจารณาความก้าวหน้าเพื่อประกอบการตรวจงวด และการรายงานประเด็นที่ต้องให้เจ้าของตัดสินใจ


บริการของ บริษัทที่ปรึกษาก่อสร้าง แต่ละแห่งอาจกำหนดระดับ Site Attendance และอำนาจหน้าที่ไม่เหมือนกัน เจ้าของจึงควรตรวจว่าทีมมีหน้าที่เพียงรายงานข้อสังเกต หรือรวมการติดตามแก้ไข การประชุมและการจัดทำ Issue Log จนปิดประเด็นด้วย


Handover phase อาจครอบคลุมอะไร


ช่วงส่งมอบอาจรวมการประสานตรวจ Defect การติดตามผลทดสอบ การรวบรวม As-built Drawing คู่มือ ใบรับประกันและเอกสารส่งมอบ ตลอดจนการติดตามรายการคงค้างก่อนปิดโครงการ


งานทดสอบจากห้องปฏิบัติการ การรับรองโดยผู้ประกอบวิชาชีพ หรือการตรวจของหน่วยงานภายนอกอาจต้องแยกค่าใช้จ่ายและความรับผิดชอบจากงานบริหารทั่วไป ควรระบุชื่อเอกสาร ผู้จัดทำ ผู้ตรวจและผู้ลงนามให้ชัดตั้งแต่ขอราคา


รายการใดต้องตรวจว่าไม่รวมอยู่ในราคา


รายการไม่รวม หรือ Exclusions มีผลต่อยอดค่าใช้จ่ายจริงพอ ๆ กับค่าบริการหลัก เจ้าของควรอ่านหัวข้อนี้ควบคู่กับ Scope เพราะราคาที่ดูต่ำกว่าอาจยังไม่รวมงานหรือค่าใช้จ่ายที่โครงการต้องใช้แน่นอน


รายการที่ควรตรวจมีดังนี้


  • งานออกแบบ งานคำนวณหรือการแก้แบบ

  • การจัดทำ BOQ ใหม่และการถอดปริมาณเพิ่มเติม

  • ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและการทดสอบโดยบุคคลที่สาม

  • ค่าธรรมเนียมราชการ ค่าใบอนุญาตและค่ารับรอง

  • ค่าเดินทาง ที่พัก สำนักงานสนาม เครื่องมือและค่าใช้จ่ายเบิกคืน

  • งานนอกเวลาปกติ งานกลางคืนหรือการเข้าตรวจเร่งด่วน

  • ค่าบริการเมื่อโครงการขยายระยะเวลา

  • งานเพิ่มจากการเปลี่ยนแบบ จำนวนอาคารหรือขอบเขตสัญญา

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีหัก ณ ที่จ่ายและเงื่อนไขการชำระเงิน


ควรกำหนดขั้นตอนอนุมัติงานเพิ่มเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น ต้องมีคำขอ เปรียบเทียบผลกระทบด้านเวลาและค่าใช้จ่าย และได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจก่อนเริ่มงาน วิธีนี้ช่วยให้ทั้งเจ้าของและที่ปรึกษาควบคุมงบได้จากข้อมูลชุดเดียวกัน


เปรียบเทียบใบเสนอราคาที่ปรึกษาก่อสร้างอย่างไรให้เป็นฐานเดียวกัน


วิธีเปรียบเทียบที่แม่นกว่าการดูยอดรวมคือทำ Scope Normalization หรือปรับรายละเอียดของทุกข้อเสนอให้อยู่บนฐานเดียวกันก่อน จากนั้นจึงพิจารณาราคา ทีม วิธีทำงานและความเสี่ยงที่ยังไม่รวม


หัวข้อเปรียบเทียบ

คำถามที่ต้องตอบจากทุกข้อเสนอ

Scope by Phase

รวม Pre-construction, Construction และ Handover ถึงขั้นใด

Team and Staffing

มีตำแหน่งใด จำนวนกี่คน และผู้ที่เสนอชื่อจะทำงานจริงหรือไม่

Site Attendance

ประจำไซต์กี่วันต่อสัปดาห์ กี่ชั่วโมง และมีการทดแทนเมื่อขาดหรือไม่

Meetings and Reports

ประชุมและส่งรายงานบ่อยเพียงใด มีรูปแบบใดบ้าง

Deliverables

ส่งมอบ Checklist, Report, Log, Minutes และเอกสารปิดโครงการอะไรบ้าง

Exclusions

งานใดไม่รวมและใครต้องรับผิดชอบ

Reimbursable Expenses

ค่าเดินทาง ที่พัก การทดสอบและเครื่องมือคิดอย่างไร

Extension and Change

โครงการล่าช้าหรือ Scope เปลี่ยนจะคำนวณเพิ่มอย่างไร

Payment Schedule

เรียกเก็บตามเดือน Milestone หรือผลงานส่งมอบใด


เมื่อตารางยังมีช่องว่าง อย่ารีบสรุปว่าข้อเสนอใดถูกกว่า ควรส่งคำถามชุดเดียวกันให้ผู้เสนอราคาทุกรายตอบ และแนบคำตอบเป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอหรือสัญญา การเตรียม ขอบเขตงานหรือ TOR ที่ชัดเจนตั้งแต่ต้นจะช่วยลดความคลาดเคลื่อนในการตีราคาได้มาก


ต้องเตรียมข้อมูลอะไรเพื่อขอใบเสนอราคาที่แม่นยำขึ้น


ข้อมูลที่ครบช่วยให้ที่ปรึกษาประเมินทีม เวลาและ Deliverables ได้ใกล้เคียงงานจริงมากขึ้น หากข้อมูลยังไม่สมบูรณ์ เจ้าของควรระบุสิ่งที่ยืนยันแล้ว สิ่งที่เป็นประมาณการและวันที่คาดว่าจะได้ข้อมูลเพิ่มเติม


Project Brief เบื้องต้นควรมีอย่างน้อย


  1. ประเภท วัตถุประสงค์และลักษณะการใช้งานของโครงการ

  2. ที่ตั้ง พื้นที่ จำนวนอาคาร จำนวนชั้นและพื้นที่ก่อสร้างโดยประมาณ

  3. สถานะปัจจุบัน เช่น ออกแบบ ประมูล เริ่มก่อสร้างหรืออยู่ระหว่างแก้ปัญหา

  4. แบบ รายการประกอบแบบ BOQ และสัญญาที่มีอยู่

  5. งบประมาณก่อสร้างเบื้องต้นหรือมูลค่าสัญญา ถ้ามี

  6. วันเริ่มงาน Milestones ระยะเวลาก่อสร้างและกำหนดเปิดใช้งาน

  7. จำนวน Package และสถานะการคัดเลือกผู้รับเหมา

  8. Scope ที่ต้องการ รูปแบบทีมและความถี่ในการเข้าหน้างาน

  9. รูปแบบประชุม รายงานและระบบเอกสารที่เจ้าของใช้

  10. ข้อจำกัดด้านเวลา พื้นที่ การรักษาความปลอดภัยและการทำงานร่วมกับการดำเนินธุรกิจเดิม


หากต้องการให้ ที่ปรึกษาก่อสร้าง ช่วยกำหนด Scope ตั้งแต่ต้น สามารถเริ่มจาก Project Brief ฉบับสั้นและนัดพูดคุยเพื่อระบุความเสี่ยงหลักก่อน แล้วจึงพัฒนาเป็นเอกสารขอราคาที่ละเอียดขึ้น


ค่าบริการที่เหมาะสมควรประเมินจากอะไรนอกจากราคา


ค่าบริการที่เหมาะสมคือราคาที่สอดคล้องกับความเสี่ยงของโครงการและทำให้เจ้าของได้รับข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจ ไม่ใช่ราคาต่ำสุดโดยไม่มีคำอธิบายว่าทีมและ Scope ถูกลดลงอย่างไร


ก่อนตัดสินใจควรพิจารณาองค์ประกอบเหล่านี้ร่วมกัน


  • ประสบการณ์ของทีมในโครงการประเภทและขนาดใกล้เคียงกัน

  • ความครบถ้วนของ Scope, Deliverables และ Exclusions

  • บุคลากรที่จะเข้าทำงานจริง ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะประวัติบริษัท

  • วิธีรายงานปัญหา ลำดับการ Escalate และเวลาที่ใช้ตอบสนอง

  • ระบบประสานงานกับผู้ออกแบบ ผู้รับเหมาและฝ่ายเจ้าของ

  • ผลงานอ้างอิงที่ตรวจสอบได้

  • ความชัดเจนของสัญญา เงื่อนไขงานเพิ่มและการขยายเวลา


ในฐานะตัวแทนเจ้าของโครงการ ทีมที่ปรึกษาควรช่วยให้เจ้าของเห็นสถานะด้านคุณภาพ เวลา ต้นทุนและความปลอดภัยจากข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เมื่อทีม วิธีทำงานและผลลัพธ์ที่ต้องส่งมอบชัดเจน เจ้าของจะมองเห็นความคุ้มค่าของค่าบริการได้ดีกว่าการเทียบตัวเลขเพียงบรรทัดเดียว


คำถามที่พบบ่อย


ไม่มีเปอร์เซ็นต์เดียวที่ใช้ได้กับทุกโครงการ บางข้อเสนอคิดเป็นสัดส่วนของมูลค่าก่อสร้าง แต่ต้องระบุฐานคำนวณ Scope ระยะเวลาและเงื่อนไขปรับราคาให้ชัด โครงการจำนวนมากอาจเหมาะกับราคาเหมาจ่าย รายเดือนหรือรูปแบบผสมมากกว่า

ไม่ควรถือว่ารวมโดยอัตโนมัติ งานออกแบบและงานควบคุมการก่อสร้างเป็นคนละขอบเขต แม้บริษัทเดียวกันจะให้บริการทั้งสองส่วนได้ เจ้าของต้องตรวจ Scope, Deliverables และค่าบริการของแต่ละงานในใบเสนอราคา

ขึ้นอยู่กับรูปแบบค่าบริการและเงื่อนไขสัญญา หากทีมต้องทำงานต่อเนื่องเกินระยะเวลาที่ตกลง อาจมีค่าขยายเวลา ควรกำหนดอัตรา วิธีแจ้งเหตุ ผู้รับผิดชอบและขั้นตอนอนุมัติไว้ตั้งแต่ต้น

สามารถกำหนดเป็น Scope เฉพาะได้ หากระบุเอกสารตั้งต้น จำนวนรอบตรวจ ขอบเขตความรับผิดชอบและ Deliverables ให้ชัด การจ้างเฉพาะช่วงยังควรระบุว่างานใดต้องส่งต่อให้ทีมก่อสร้างหรือที่ปรึกษาในระยะถัดไป

ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน โรงงานอาจมีระบบ Utility กระบวนการผลิตและข้อจำกัดการเดินเครื่อง ขณะที่อาคารสูงมีการประสานโครงสร้าง งานระบบ การขนส่งแนวดิ่งและการส่งมอบหลายพื้นที่ ทีมและความถี่ในการตรวจจึงต้องประเมินจากความเสี่ยงจริงของแต่ละโครงการ

ขอข้อเสนอเบื้องต้นได้ แต่ควรแจ้งสถานะของแบบและข้อมูลที่ยังขาดให้ชัด ราคาควรระบุสมมติฐาน ขอบเขตชั่วคราวและเงื่อนไขทบทวนเมื่อได้รับแบบหรือ BOQ ฉบับสมบูรณ์


เริ่มขอใบเสนอราคาที่สะท้อนโครงการจริง


ก่อนขอราคา ลองรวบรวมประเภทโครงการ พื้นที่ ที่ตั้ง ระยะเวลา แบบหรือ BOQ ที่มี และ Scope ที่ต้องการไว้ใน Project Brief เบื้องต้น ทีม Stable Inter จะใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อทำความเข้าใจความเสี่ยง วางรูปแบบทีมและจัดทำข้อเสนอให้สอดคล้องกับโครงการมากขึ้น


สนใจบริการที่ปรึกษาและควบคุมงานก่อสร้างติดต่อ


อักษรเพชร สุขสิริถาวรกุล (Co-Founder and Executive Committee)



แหล่งอ้างอิงข้อมูล

bottom of page