top of page

ขั้นตอนการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร และเอกสารสำคัญที่ต้องรู้

  • รูปภาพนักเขียน: Stable Inter Consultant
    Stable Inter Consultant
  • 6 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที

ขั้นตอนการขออนุญาตก่อสร้าง เป็นกระบวนการทางกฎหมายที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 เพื่อตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรง ความปลอดภัย และผังการใช้ประโยชน์ที่ดินก่อนเริ่มก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร โดยเจ้าของโครงการจะต้องเตรียมแบบแปลน เอกสารสิทธิ์ และหนังสือรับรองวิชาชีพยื่นต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นเพื่อขอรับใบอนุญาตก่อสร้าง (แบบ อ.1) อย่างถูกต้อง

การขออนุญาตก่อสร้าง คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อเจ้าของโครงการ?


การขออนุญาตก่อสร้างอาคารคือจุดเริ่มต้นทางกฎหมายที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และ สร้างโรงงานอุตสาหกรรม หากละเลยไม่ดำเนินการยื่นคำขอตามระเบียบการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร โครงการจะมีความเสี่ยงทางกฎหมายอย่างร้ายแรง เช่น โทษปรับรายวัน การสั่งระงับการก่อสร้าง หรือคำสั่งรื้อถอนอาคารส่วนที่ผิดกฎหมาย


เนื่องจากการขอใบอนุญาตก่อสร้างนั้น โครงการจำเป็นต้องยื่นแบบแปลนที่ถูกต้องตามกฎหมายควบคุมอาคารให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อน หากไม่ได้รับการอนุมัติใบอนุญาต โครงการก็จะไม่สามารถขอน้ำ-ไฟระบบถาวรหรือขอเลขที่บ้านเพื่อเปิดใช้งานอาคารได้ การดึง วิศวกรควบคุมงานก่อสร้าง หรือ บริษัทที่ปรึกษาก่อสร้างเข้ามาตรวจสอบแบบแปลนตั้งแต่ขั้นตอน Pre-Construction จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ขั้นตอนการขอใบอนุญาตเป็นไปอย่างราบรื่น


ขั้นตอนการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ต้องติดต่อที่ไหนและมีกระบวนการอย่างไร?


การดำเนินการตามขั้นตอนขออนุญาตมีขั้นตอนและพิกัดการติดต่อตามกฎหมาย โดยแบ่งออกเป็นพื้นที่รับผิดชอบดังนี้


  • พื้นที่กรุงเทพมหานคร: ยื่นขอรับใบอนุญาตได้ที่ สำนักงานเขต ที่ที่ดินตั้งอยู่ หรือสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร (สำหรับอาคารขนาดใหญ่พิเศษ)

  • พื้นที่ต่างจังหวัด: ยื่นขอรับใบอนุญาตได้ที่ กองช่าง ขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือสำนักงานเทศบาล ในเขตพื้นที่นั้น ๆ


ลำดับขั้นตอนการยื่นขออนุญาตก่อสร้างอาคาร


  1. การยื่นเอกสารและคำร้อง: ยื่นแบบคำขอ ข.1 พร้อมเอกสารแสดงสิทธิ์ แบบแปลน และรายการคำนวณต่อเจ้าหน้าที่กองช่าง

  2. การตรวจสอบทางกฎหมายและวิศวกรรม: เจ้าพนักงานท้องถิ่นทำการตรวจสอบระยะร่น การใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมือง และความมั่นคงแข็งแรงตามหลักวิศวกรรม

  3. การแก้ไขแบบแปลน (ถ้ามี): ในกรณีที่แบบแปลนไม่ผ่านเกณฑ์ เจ้าหน้าที่จะแจ้งข้อกำหนดให้สถาปนิกหรือวิศวกรออกแบบทำการปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด

  4. ชำระค่าธรรมเนียม: ชำระค่าธรรมเนียมการตรวจแบบแปลนและการออกใบอนุญาตตามสัดส่วนพื้นที่ของอาคาร

  5. การรับใบอนุญาต (แบบ อ.1): รับเอกสารอนุญาตอย่างเป็นทางการเพื่อใช้แสดงสิทธิ์ในการดำเนินการก่อสร้างจริงบนหน้างาน


เอกสารประกอบการขออนุญาตก่อสร้าง และแบบขออนุญาตก่อสร้างมีอะไรบ้าง?


การเตรียมแบบขออนุญาตก่อสร้างและเอกสารประกอบที่ครบถ้วนจะช่วยประหยัดเวลาการตรวจแบบและลดโอกาสการถูกตีกลับของเอกสาร โดยเอกสารหลักที่ต้องจัดเตรียมมีดังนี้


  • ใบคำร้องขออนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร (แบบ ข.1)

  • เอกสารแสดงตน: สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าของอาคารหรือผู้มีอำนาจลงนาม

  • เอกสารสิทธิ์ที่ดิน: สำเนาโฉนดที่ดินขนาดเท่าจริงครบทุกหน้า (กรณีที่ดินติดจำนองหรือสร้างในที่ดินผู้อื่น ต้องมีหนังสือยินยอมจากผู้ถือสิทธิ์ร่วม)

  • แบบแปลนพิมพ์เขียว: แผนผังบริเวณ แบบสถาปัตยกรรม แบบโครงสร้างวิศวกรรม แบบระบบไฟฟ้า และแบบสุขาภิบาล (จำนวน 3-5 ชุด ตามที่ท้องถิ่นกำหนด)

  • เอกสารวิชาชีพควบคุม: หนังสือรับรองของสถาปนิกและวิศวกรผู้รับผิดชอบงานออกแบบและควบคุมงาน พร้อมสำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (ใบ กว. และ ใบ กส.)

  • เอกสารคำนวณ: รายการคำนวณโครงสร้างวิศวกรรม (Structural Calculation) สำหรับอาคารขนาดใหญ่


การขออนุญาตก่อสร้างมีกี่ประเภท ตามกฎหมายควบคุมอาคาร?


ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 การยื่นขออนุญาตตามกิจกรรมหลักในใบคำร้อง (แบบ ข.1) จะแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้


  1. การก่อสร้างอาคารใหม่: การสร้างอาคารขึ้นมาใหม่ทั้งหมดบนพื้นที่ว่างที่ได้รับอนุญาต

  2. การดัดแปลงอาคาร: การต่อเติม ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหลักหรือพื้นที่ของอาคารเดิมที่ส่งผลกระทบต่อน้ำหนักและความมั่นคงแข็งแรง

  3. การรื้อถอนอาคาร: การรื้อโครงสร้างอาคารเดิมออกทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งต้องควบคุมความปลอดภัยตามที่กฎหมายระบุ

  4. การเคลื่อนย้ายอาคาร: การยกหรือย้ายโครงสร้างอาคารเดิมจากตำแหน่งเดิมไปยังตำแหน่งใหม่


หมายเหตุ: นอกจาก 4 ประเภทกิจกรรมข้างต้นแล้ว ยังมีกรณี การเปลี่ยนการใช้อาคาร (ตามมาตรา 32) สำหรับอาคารควบคุมการใช้ที่จะต้องยื่นเรื่องขออนุญาตเช่นกัน


และในแง่ของ ช่องทางการยื่นเรื่องตามกฎหมาย จะถูกแบ่งออกเป็น 2 วิธีหลัก คือ


  1. การยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามปกติ (มาตรา 21): ต้องรอจนกว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาจะตรวจสอบแบบแปลนเสร็จและออกใบอนุญาต (แบบ อ.1) จึงจะเริ่มงานก่อสร้างได้

  2. การแจ้งข้อมูลการก่อสร้างโดยไม่ต้องรอใบอนุญาต (มาตรา 39 ทวิ): ยื่นแบบแปลนพร้อมหนังสือรับรองความรับผิดชอบจากสถาปนิกและวิศวกรวิชาชีพ เมื่อเจ้าหน้าที่ออกใบรับแจ้งแล้วสามารถเริ่มก่อสร้างได้ทันที (ใช้มากในโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องการความรวดเร็ว)


แบบ อ.1 กับ แบบ อ.6 ต่างกันอย่างไร? ไขข้อข้องใจเรื่องเอกสารควบคุมอาคาร


ความสับสนระหว่างเอกสาร อ.1 และ อ.6 มักสร้างอุปสรรคให้แก่เจ้าของโครงการตอนเปิดใช้งานอาคาร สรุปเปรียบเทียบความแตกต่างทางกฎหมายของเอกสารทั้งสองรูปแบบดังนี้:


ประเด็นเปรียบเทียบ

แบบ อ.1 (ใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร)

แบบ อ.6 (ใบรับรองการก่อสร้างอาคาร)

ชื่อทางการ

ใบอนุญาตให้ทำการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร

ใบรับรองการก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร หรือเคลื่อนย้ายอาคาร

บทบาทหน้าที่

อนุมัติสิทธิ์ให้สามารถ "เริ่มต้นการก่อสร้าง" ได้ตามแบบแปลน

รับรองความถูกต้องว่าโครงสร้าง "สร้างเสร็จตรงตามแบบ"

ขั้นตอนการยื่น

ยื่นเอกสารและแบบแปลน ก่อน เริ่มงานก่อสร้าง

แจ้งตรวจหน้างานจริง หลัง ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อย

ความจำเป็นในการใช้

จำเป็นสำหรับอาคารทุกประเภทที่เข้าข่ายต้องขออนุญาต

จำเป็นสำหรับอาคารประเภทควบคุมการใช้ (เช่น โรงงาน, อาคารชุด, โรงแรม, คลังสินค้า, พาณิชยกรรมขนาดใหญ่) เพื่อเป็นเอกสารอนุมัติเปิดใช้งานอาคารอย่างถูกกฎหมาย


ก่อสร้างแบบไหนไม่ต้องขออนุญาต? ข้อยกเว้นตามกฎกระทรวงฉบับที่ 11


พระราชบัญญัติควบคุมอาคารมีข้อยกเว้นการดัดแปลงบางกรณีที่ไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหลักตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2528) โดยสามารถกระทำได้โดยไม่ต้องขอรับอนุญาต ดังนี้


  • การเปลี่ยนโครงสร้างอาคารที่ไม่ใช่คอนกรีตเสริมเหล็ก: เช่น การเปลี่ยนโครงคร่าวไม้แปหลังคาชำรุด โดยใช้วัสดุขนาดและจำนวนเท่าเดิม

  • การดัดแปลงส่วนที่ไม่เป็นโครงสร้างหลัก: การเปลี่ยนผนังอิฐมอญเป็นผนังเบา หรือการเปลี่ยนพื้นกระเบื้อง โดยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นต้องไม่เกิน 10% ของน้ำหนักโครงสร้างเดิม

  • การลดหรือขยายพื้นที่พื้นและหลังคา: การเพิ่มหรือลดพื้นที่ของชั้นใดชั้นหนึ่งรวมกันไม่เกิน 5 ตารางเมตร และต้องไม่มีการลดหรือเพิ่มเสาหรือคานโครงสร้าง

  • การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop): สำหรับบ้านอยู่อาศัยที่มีขนาดพื้นที่ติดตั้งไม่เกิน 160 ตารางเมตร และมีน้ำหนักรวมไม่เกิน 20 กิโลกรัมต่อตารางเมตร (ต้องมีวิศวกรโยธาเซ็นรับรองความแข็งแรงของโครงสร้างหลังคาและแจ้งหน่วยงานท้องถิ่นให้ทราบก่อนติดตั้ง)


บริษัทที่ปรึกษาก่อสร้าง มีส่วนช่วยอย่างไรในการขออนุญาตก่อสร้างและควบคุมความปลอดภัย?


บริษัทที่ปรึกษาก่อสร้างจับมือกับเจ้าของโครงการอสังหาฯ

การแต่งตั้ง บริษัทที่ปรึกษาก่อสร้าง ที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาช่วยบริหารงานจะช่วยให้ขั้นตอนขออนุญาตก่อสร้างเป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่น ลดข้อบกพร่องของเอกสารและแบบแปลนที่มักส่งผลให้การอนุมัติล่าช้า


ทีมวิศวกรของที่ปรึกษาจะทำหน้าที่ตรวจแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมให้ถูกต้องตามข้อบัญญัติท้องถิ่นและกฎหมายผังเมือง พร้อมทั้งดูแลความถูกต้องในกระบวนการหน้างานตั้งแต่การขอใบอนุญาต อ.1 ไปจนถึงการประสานงานตรวจรับใบรับรอง อ.6 เพื่อให้มั่นใจว่า การควบคุมงานก่อสร้าง ของโครงการคุณสอดคล้องกับมาตรฐานทางวิศวกรรมและความปลอดภัยสูงสุดของภาครัฐ


ปรึกษาขั้นตอนการขออนุญาตก่อสร้างและบริหารโครงการกับมืออาชีพ


หากคุณเป็นผู้พัฒนาโครงการหรือนักลงทุนที่ต้องการเตรียมเอกสารแบบแปลนให้ถูกต้องตามกฎหมาย และต้องการทีมวิศวกรวิชาชีพควบคุมคุณภาพการก่อสร้างให้เป็นไปตามแผนงาน สามารถปรึกษาและขอรายละเอียดบริการบริหารโครงการเพิ่มเติมกับ บริษัท สเตเบิล อินเตอร์ จำกัด ได้ที่



แหล่งอ้างอิงและตรวจสอบข้อมูลทางกฎหมาย


  • พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522: พระราชบัญญัติหลักในการควบคุมการก่อสร้างและการเปิดใช้อาคารในประเทศไทยตรวจสอบรายละเอียดฉบับเต็ม: กองควบคุมอาคาร กรมโยธาธิการและผังเมือง

  • กฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2528) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522: ข้อกำหนดข้อยกเว้นการดัดแปลงอาคารที่ไม่ต้องขออนุญาตตรวจสอบข้อมูลทางกฎหมายเพิ่มเติม: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

bottom of page