top of page

ขยายโรงงานเดิมขณะยังผลิต ต้องควบคุมงานก่อสร้างอย่างไร?

รูปภาพนักเขียน: Stable Inter Consultant
Stable Inter Consultant
4 วันที่ผ่านมา
ยาว 2 นาที

การขยายโรงงานเดิมไม่เหมือนการสร้างอาคารบนพื้นที่ว่าง เพราะคน เครื่องจักร รถขนส่ง และระบบสาธารณูปโภคเดิมอาจยังต้องทำงานระหว่างก่อสร้าง คำถามของเจ้าของโครงการจึงไม่ใช่เพียง “จะสร้างเพิ่มตรงไหน” แต่รวมถึง “งานส่วนใดทำได้โดยไม่กระทบการผลิต และจุดใดต้องนัดหยุดระบบหรือหยุดพื้นที่ก่อน”


ในมุมทีมวิศวกรของเรา การควบคุมงานลักษณะนี้ต้องเริ่มจาก แผนร่วมของฝ่ายผลิตกับฝ่ายก่อสร้าง ระบุพื้นที่ทำงาน เส้นทางเข้าออก ช่วงเวลาที่อนุญาตให้ทำงาน จุดเชื่อมระบบเดิม ผู้มีอำนาจตัดสินใจ และเงื่อนไขก่อนเปิดใช้ส่วนขยาย แผนที่ดีทำให้เจ้าของเห็นเรื่องที่ต้องอนุมัติล่วงหน้า ไม่ต้องรอให้ผู้รับเหมาไปพบข้อจำกัดที่หน้างาน


ขยายโรงงานเดิมขณะยังผลิตได้อย่างไร?


ทำได้ในบางโครงการ แต่ต้องประเมินจากกระบวนการผลิต พื้นที่จริง ระบบเดิม และงานที่กำลังจะก่อสร้างก่อน เราไม่ควรสรุปว่าโรงงานจะเดินผลิตได้ตลอดโครงการเพียงเพราะพื้นที่ส่วนขยายอยู่คนละอาคาร งานตัดต่อไฟฟ้า ท่อ น้ำ ระบบดับเพลิง หรือทางขนส่งอาจเชื่อมกับส่วนที่ใช้งานอยู่


ก่อนกำหนดแผนก่อสร้าง เราจะชวนเจ้าของและทีมโรงงานตอบคำถามตั้งต้น 4 ข้อ:


  • อะไรหยุดไม่ได้? ระบุสายการผลิต ระบบสนับสนุน และช่วงเวลาส่งมอบสินค้าที่กระทบธุรกิจ

  • อะไรใช้พื้นที่ร่วมกัน? ตรวจทางเข้าออก ลานรถขนส่ง จุดจอดเครน พื้นที่เก็บวัสดุ และทางอพยพ

  • จุดใดต้องเชื่อมกับระบบเดิม? ให้ผู้ออกแบบและผู้ดูแลระบบระบุข้อมูลที่ต้องสำรวจและวิธีทดสอบ

  • ใครอนุมัติให้เริ่มงานหรือหยุดระบบ? กำหนดชื่อบทบาทและช่องทางยืนยันตามโครงสร้างของโรงงานนั้น


คำตอบเหล่านี้เป็นฐานของแผนแบ่งพื้นที่และช่วงก่อสร้าง ไม่ใช่เพียงข้อมูลประกอบใบเสนอราคา


ก่อนออกแบบส่วนขยาย ต้องรู้ข้อจำกัดของโรงงานเดิมอะไรบ้าง?


พื้นที่ผลิต เส้นทางคน และรถขนส่ง


เราจะเริ่มจากผังการใช้งานจริง ไม่ดูเฉพาะผังอาคารเดิม พื้นที่ที่ดูว่างบนแบบอาจเป็นทางเข้าซ่อมเครื่องจักร จุดพักสินค้า หรือทางวิ่งของรถยกในช่วงเวลาหนึ่ง ฝ่ายผลิต ฝ่ายคลังสินค้า และทีมความปลอดภัยของโรงงานจึงควรช่วยระบุพื้นที่ที่ใช้ร่วมกันและช่วงเวลาที่มีการสัญจรสูง


จากนั้นให้แยก เขตก่อสร้าง ทางเดินพนักงาน เส้นทางรถขนวัสดุ และจุดรับส่งสินค้า ลงบนผังเดียวกัน รวมถึงวิธีควบคุมผู้ที่มีสิทธิ์เข้าแต่ละพื้นที่ แนวทางของ Health and Safety Executive เรื่องการจัดพื้นที่ก่อสร้าง ให้ความสำคัญกับขอบเขตพื้นที่และทางเข้าออกเมื่อมีคนอื่นอยู่ใกล้งานก่อสร้าง เราใช้หลักการนี้ประกอบการวางแผน แต่ข้อกฎหมายที่ใช้กับโครงการในไทยต้องตรวจแยกต่างหาก


แบบและระบบเดิมที่ต้องตรวจหน้างาน


แบบก่อสร้างจริงหรือ As-built Drawing ช่วยตั้งต้นได้ แต่ข้อมูลระบบเดิมควรตรวจเทียบกับสภาพหน้างานก่อนออกแบบจุดเชื่อม โดยเฉพาะเมื่อโรงงานเคยต่อเติมหรือเปลี่ยนเครื่องจักรมาแล้ว เราแนะนำให้ทำ รายการจุดเชื่อม (Interface List) อย่างน้อยสำหรับไฟฟ้า น้ำ ระบบระบายอากาศ ระบบดับเพลิง และระบบเฉพาะของกระบวนการผลิตที่เกี่ยวข้อง


แต่ละรายการควรบอกว่าข้อมูลใดยืนยันแล้ว ข้อมูลใดยังต้องสำรวจ ใครเป็นเจ้าของข้อมูล และการตัดสินใจเรื่องนั้นกระทบแบบหรือกำหนดการอย่างไร วิธีนี้ช่วยแยกข้อเท็จจริงออกจากสมมติฐานก่อนสั่งงานผู้รับเหมา


ช่วงเวลาที่ฝ่ายผลิตยอมให้หยุดหรือทดสอบระบบ


บางงานทำคู่ขนานกับการผลิตได้ ขณะที่บางงานต้องใช้ช่วงหยุดเครื่องหรือปิดพื้นที่เป็นการชั่วคราว ฝ่ายผลิตควรระบุ ช่วงเวลาที่เป็นไปได้ เงื่อนไขการแจ้งล่วงหน้า และผู้อนุมัติ ก่อนทีมก่อสร้างล็อกแผนงาน ไม่ควรนัดวันตัดต่อระบบจากความพร้อมของผู้รับเหมาเพียงฝ่ายเดียว


แบ่งพื้นที่และลำดับก่อสร้างอย่างไรให้ทุกฝ่ายใช้แผนเดียวกัน?


เราแนะนำให้ทำ Phasing Plan ที่อ่านได้ทั้งจากมุมก่อสร้างและมุมการผลิต โดยแยกงานตามโซนและระบุเงื่อนไขก่อนส่งพื้นที่ให้ทีมถัดไป แผนนี้ควรเชื่อมกับแผนหลักของโครงการ และปรับเมื่อสภาพหน้างานหรือแผนผลิตเปลี่ยน


สิ่งที่ต้องเห็นในแผน

คำถามที่เจ้าของควรถาม

ขอบเขตแต่ละโซน

ใครเข้าพื้นที่ได้ และใช้อะไรกั้นพื้นที่ก่อสร้างจากการผลิต?

เส้นทางขนวัสดุและรถ

ตัดกับทางพนักงาน ทางรถยก หรือเส้นทางส่งสินค้าเดิมหรือไม่?

ช่วงเวลาทำงาน

งานเสียงดัง ฝุ่น หรือการยกของจะทำเมื่อไร และใครได้รับแจ้ง?

งานระบบที่ใช้ร่วมกัน

ต้องหยุดระบบเดิมหรือมีระบบชั่วคราวช่วงใด?

เงื่อนไขส่งต่อพื้นที่

ก่อนทีมถัดไปเข้าทำงาน ต้องตรวจและบันทึกอะไร?


ตารางนี้เป็นกรอบเริ่มต้น รายการจริงต้องปรับตามโรงงานและวิธีทำงานของผู้รับเหมา แนวทาง HSE เรื่องกฎพื้นที่และการปฐมนิเทศหน้างาน ยังชี้ให้เห็นว่ากฎของพื้นที่ก่อสร้างกับกฎของกิจการที่ยังดำเนินอยู่ต้องสื่อสารให้ผู้ปฏิบัติงานเข้าใจตรงกัน


งานเชื่อมต่อกับโรงงานเดิมควรวางแผนและอนุมัติอย่างไร?


จุดเชื่อมต่อเป็นช่วงที่แผนก่อสร้างสัมผัสการผลิตโดยตรง เราจะไม่มองงานนี้เป็นเพียงรายการติดตั้งในแผนผู้รับเหมา แต่ให้ระบุ เงื่อนไขก่อนเริ่มงาน แผนปฏิบัติ แผนทดสอบ และผู้อนุมัติการกลับมาใช้งาน ไว้ในชุดเดียวกัน


ตัวอย่างข้อมูลที่ควรมีในแผนเชื่อมระบบ ได้แก่:


  1. ระบบและพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ พร้อมแบบหรือข้อมูลฉบับที่ใช้ตัดสินใจ

  2. ผู้รับผิดชอบฝั่งโรงงาน ผู้ออกแบบ ผู้รับเหมา และผู้ตรวจงาน

  3. วันที่และช่วงเวลาที่ฝ่ายผลิตยอมให้เข้าทำงานหรือหยุดระบบ

  4. วิธีแยกงานจากระบบที่ยังใช้งานอยู่ และเงื่อนไขความปลอดภัยที่โครงการกำหนด

  5. หลักฐานการตรวจและทดสอบก่อนเปิดใช้ รวมถึงวิธีจัดการหากผลยังไม่ผ่าน


ผู้ที่มีสิทธิ์สั่งหยุดหรือเริ่มระบบต้องเป็นไปตามการมอบหมายของเจ้าของโรงงานและเอกสารโครงการ บริษัทที่ปรึกษาอาจประสาน ตรวจ และสรุปข้อมูลเพื่อเสนอการตัดสินใจ แต่ไม่ควรอนุมัติแทนเจ้าของหากไม่ได้รับอำนาจนั้น


บริษัทควบคุมงานก่อสร้างโรงงานควรติดตามอะไรระหว่างที่โรงงานยังเดินผลิต?


ในฐานะทีมที่ทำงานจากมุมเจ้าของ เราจะช่วยให้รายงานหน้างานตอบได้มากกว่า “งานเสร็จไปกี่เปอร์เซ็นต์” โดยเชื่อมสถานะก่อสร้างกับผลต่อการใช้งานโรงงาน งานที่ต้องติดตามจึงควรมีทั้ง:


  • งานตามแผนและงานที่รอการตัดสินใจ: โซนใดพร้อมทำ งานใดติดข้อมูลหรือการอนุมัติ

  • ผลกระทบต่อการผลิต: ทางสัญจร ระบบ หรือช่วงเวลาทำงานใดเปลี่ยนจากแผนที่ตกลง

  • คุณภาพและหลักฐาน: งานที่ตรวจแล้ว งานที่ยังไม่ผ่าน และสิ่งที่ต้องแก้ก่อนปิดงานหรือเชื่อมระบบ

  • ประเด็นความปลอดภัยและการประสานงาน: ผู้รับผิดชอบ กำหนดแก้ไข และสถานะปิดประเด็น


บทบาทจริงของทีมควบคุมงานต้องกำหนดในสัญญาและขอบเขตบริการ เมื่อเจ้าของมีรายงานในรูปนี้ รายงานประจำสัปดาห์และรายเดือนของโครงการก่อสร้าง ก็จะเป็นเครื่องมือประชุมตัดสินใจ ไม่ใช่เพียงแฟ้มรวมภาพหน้างาน


เจ้าของที่กำลังประเมินขอบเขตบริการเฉพาะโครงการอุตสาหกรรม สามารถดูภาพรวมงาน ที่ปรึกษาการสร้างคลังสินค้าและโรงงาน แล้วนำข้อจำกัดการผลิตของโรงงานตนเองมาคุยต่อ เพราะรูปแบบทีมและรอบเข้าหน้างานควรผูกกับความเสี่ยงของโครงการจริง


Checklist ก่อนเริ่มงานขยายโรงงาน


ก่อนอนุญาตให้ผู้รับเหมาเข้าทำงานในแต่ละโซน เจ้าของสามารถใช้ตารางนี้ประชุมร่วมกับฝ่ายผลิตและทีมโครงการได้


ตรวจเรื่อง

สิ่งที่ต้องมีให้เห็น

ผู้ยืนยันตามโครงการ

ขอบเขตงานและพื้นที่

ผังโซน เส้นทางเข้าออก และพื้นที่ห้ามเข้า

เจ้าของพื้นที่และทีมโครงการ

ข้อมูลโรงงานเดิม

แบบที่ใช้จริง รายการสำรวจ และจุดที่ยังไม่ยืนยัน

ผู้ดูแลอาคาร/ระบบและผู้ออกแบบ

แผนผลิตกับแผนก่อสร้าง

ช่วงเวลาทำงาน ช่วงหยุดระบบ และงานที่ห้ามรบกวน

ฝ่ายผลิตและผู้จัดการโครงการ

จุดเชื่อมระบบ

วิธีทำงาน ผู้รับผิดชอบ แผนตรวจทดสอบ และเงื่อนไขเปิดใช้

ผู้ดูแลระบบ ผู้ออกแบบ และผู้มีอำนาจอนุมัติ

การควบคุมหน้างาน

กฎพื้นที่ การแจ้งงานเสี่ยง และวิธีรายงานเหตุผิดปกติ

ผู้รับเหมา ทีมความปลอดภัย และทีมควบคุมงาน

การส่งต่อพื้นที่

งานค้าง หลักฐานตรวจ และผู้รับมอบพื้นที่

ฝ่ายผลิตและทีมโครงการ


หากข้อมูลสำคัญยังไม่ชัด เราจะระบุเป็น ประเด็นค้างพร้อมผู้รับผิดชอบและวันที่ต้องตัดสินใจ มากกว่าตีความว่า “อนุมัติแล้ว” จากการประชุมที่ไม่มีบันทึก

ก่อนเริ่มโครงการ เจ้าของควรตรวจด้วยว่างานที่เรียกว่า “ขยายโรงงาน” เข้าข่ายขั้นตอนอนุญาตหรือแจ้งหน่วยงานใดตามประเภทกิจการ ขนาด ที่ตั้ง และรายละเอียดส่วนขยาย คู่มือประชาชนของกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นจุดเริ่มต้นในการตรวจเรื่องนี้ แต่ไม่ใช้แทนการพิจารณาข้อเท็จจริงของโครงการ


สนใจบริการที่ปรึกษาและควบคุมงานก่อสร้างสำหรับโรงงานที่กำลังขยายโครงการต้องทำยังไง?


หากคุณกำลังวางแผนขยายโรงงานเดิม ส่งข้อมูลพื้นที่ส่วนขยาย ระบบที่ต้องเชื่อม และข้อจำกัดด้านการผลิตให้ทีม Stable Inter ช่วยประเมินขอบเขตการบริหารและควบคุมงานที่เหมาะกับโครงการ


อักษรเพชร สุขสิริถาวรกุล (Co-Founder and Executive Committee)



คำถามที่พบบ่อย


ต้องประเมินเป็นรายโครงการ งานบางส่วนอาจทำในโซนที่แยกจากการผลิตได้ แต่จุดเชื่อมกับไฟฟ้า น้ำ หรือระบบอื่นอาจต้องใช้ช่วงหยุดระบบหรือปิดพื้นที่ชั่วคราว เราจะให้ฝ่ายผลิตกับทีมออกแบบและผู้รับเหมาร่วมกันกำหนดเงื่อนไขก่อนยืนยันแผน ไม่รับประกันจากผังอาคารเพียงอย่างเดียว

เจ้าของโรงงานควรกำหนดผู้มีอำนาจตามระบบบริหารของตนและสัญญาโครงการ ทีมควบคุมงานช่วยรวบรวมผลตรวจ รายการค้าง และความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้มีอำนาจใช้ประกอบการตัดสินใจ

หยุดใช้ข้อมูลส่วนนั้นเป็นข้อสรุปในการออกแบบจุดเชื่อม แล้วให้ผู้รับผิดชอบสำรวจและยืนยันสภาพจริงก่อนปรับแบบหรือวิธีทำงาน บันทึกว่าอะไรเปลี่ยน ใครตรวจ และเวอร์ชันใดได้รับอนุมัติ เพื่อไม่ให้ผู้รับเหมาหลายรายทำงานจากข้อมูลคนละชุด

ขึ้นอยู่กับขนาด ความซับซ้อน และทีมภายในของเจ้าของ หากมีหลายพื้นที่ทำงานพร้อมกันหรือมีจุดเชื่อมกับการผลิตจำนวนมาก เจ้าของควรประเมินว่าทีมของตนมีเวลาตรวจแผน ติดตามงาน และประสานการตัดสินใจเพียงพอหรือไม่ บริษัทควบคุมงานก่อสร้าง ที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนเจ้าของสามารถช่วยดูภาพรวมเหล่านี้ได้ตามขอบเขตที่ตกลงกัน


แหล่งอ้างอิงข้อมูล


bottom of page