top of page

การทดสอบทางวิศวกรรมโรงงานมีอะไรบ้าง? รวมวิธีทดสอบที่เจ้าของโครงการต้องรู้

  • รูปภาพนักเขียน: Stable Inter Consultant
    Stable Inter Consultant
  • 19 ส.ค.
  • ยาว 3 นาที

การทดสอบทางวิศวกรรมโรงงานครอบคลุมตั้งแต่การสำรวจดิน ทดสอบเสาเข็ม ทดสอบคอนกรีต ตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลาย (NDT) ทดสอบรับน้ำหนักพื้น ไปจนถึงการทดสอบเครื่องจักรก่อนและหลังติดตั้ง (FAT/SAT) ทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการที่เราในฐานะบริษัทที่ปรึกษาก่อสร้างใช้ควบคุมคุณภาพและยืนยันความปลอดภัยให้กับเจ้าของโครงการโรงงานอุตสาหกรรม


บทความนี้รวบรวมวิธีทดสอบที่สำคัญพร้อมมาตรฐานอ้างอิง เพื่อให้เจ้าของโครงการเข้าใจว่าต้องทดสอบอะไร ทดสอบเมื่อไร และเลือกวิธีไหนให้เหมาะกับโรงงานของตัวเอง


การทดสอบทางวิศวกรรมโรงงาน สำคัญอย่างไรต่อโครงการก่อสร้าง?


โรงงานอุตสาหกรรมเป็นอาคารที่ต้องรับน้ำหนักเครื่องจักร แรงสั่นสะเทือน และสภาพการใช้งานที่หนักกว่าอาคารทั่วไป การทดสอบทางวิศวกรรมจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เจ้าของโครงการมั่นใจได้ว่าโครงสร้างและระบบต่าง ๆ ตรงตามแบบที่ออกไว้


จากประสบการณ์ของเราในการควบคุมงานก่อสร้างโรงงาน การทดสอบทำให้สามารถตรวจพบปัญหาตั้งแต่ขั้นตอนก่อสร้างก่อนที่จะกลายเป็นความเสียหายในระยะยาว ลดความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัย และเป็นหลักฐานยืนยันคุณภาพเมื่อถึงขั้นตอนตรวจรับงาน


การสำรวจดินและชั้นดิน (Soil Investigation) ก่อนสร้างโรงงานต้องทำอะไรบ้าง?


การสำรวจดินเป็นขั้นตอนแรกที่ต้องทำก่อนออกแบบฐานราก เพราะสภาพดินในแต่ละพื้นที่ส่งผลโดยตรงต่อประเภทและขนาดของเสาเข็มที่ต้องใช้


SPT กับ CPT ต่างกันอย่างไร และโรงงานควรใช้วิธีไหน?

รายการ

SPT (Standard Penetration Test)

CPT (Cone Penetration Test)

วิธีการ

ตอกตัวอย่างดินด้วยลูกตุ้ม นับจำนวนครั้ง

กดหัวกรวยลงดินต่อเนื่อง วัดแรงต้าน

ผลลัพธ์

ค่า N-value + ตัวอย่างดิน

กราฟแรงต้านต่อเนื่อง (ไม่ได้ตัวอย่างดิน)

จุดเด่น

ได้ตัวอย่างดินไปวิเคราะห์ในแล็บ

ข้อมูลต่อเนื่อง เหมาะกับดินอ่อน

มาตรฐาน

ASTM D1586

ASTM D5778

เหมาะกับ

โรงงานทั่วไปที่ต้องการข้อมูลทุกชั้นดิน

พื้นที่ดินอ่อน เช่น พื้นที่ลุ่มหรือริมน้ำ

ในทางปฏิบัติ โครงการโรงงานส่วนใหญ่ใช้ SPT เป็นหลัก เนื่องจากได้ทั้งค่า N-value และตัวอย่างดินสำหรับทดสอบในห้องปฏิบัติการ ในบางกรณีอาจใช้ CPT เสริมเพื่อให้ข้อมูลละเอียดขึ้น


นอกจากนี้ยังมี Field Density Test (การทดสอบความแน่นของดิน) ซึ่งใช้ตรวจสอบการบดอัดดินถมบริเวณพื้นที่ก่อสร้างให้ได้ตามค่าที่กำหนดตามมาตรฐาน ASTM D1556


การทดสอบเสาเข็มโรงงาน มีกี่วิธี เลือกใช้อย่างไร?


การทดสอบเสาเข็มเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่สุดของกระบวนการ QC งานก่อสร้าง โรงงานอุตสาหกรรม เพื่อยืนยันว่าเสาเข็มรับน้ำหนักได้ตามที่วิศวกรออกแบบ


Static Pile Load Test คืออะไร และทดสอบอย่างไร?


Static Load Test เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด โดยวางน้ำหนักจริง (Kentledge) หรือใช้เสาเข็มข้างเคียงเป็นตัวยึด (Reaction Pile) แล้วค่อย ๆ เพิ่มแรงกดผ่านแม่แรงไฮดรอลิกจนถึง 200% ของน้ำหนักบรรทุกออกแบบ วัดค่าการทรุดตัว เปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดตามมาตรฐาน ASTM D1143


Dynamic Pile Load Test (PDA) ใช้กับโรงงานเมื่อไร?


PDA Test ใช้ลูกตุ้มกระแทกหัวเสาเข็มแล้ววิเคราะห์คลื่นความเค้นที่เกิดขึ้น สามารถประเมินกำลังรับน้ำหนักได้รวดเร็วกว่า Static Test ทดสอบตามมาตรฐาน ASTM D4945 และ มยผ. 1252-51 เหมาะกับโครงการที่ต้องทดสอบเสาเข็มจำนวนมากในเวลาจำกัด


Pile Integrity Test (Seismic Test) ตรวจสอบอะไรได้บ้าง?


Seismic Test หรือ Low Strain Integrity Test ใช้เคาะหัวเสาเข็มด้วยค้อนขนาดเล็กแล้ววัดคลื่นสะท้อน สามารถตรวจจับรอยร้าว โพรงอากาศ หรือจุดบกพร่องในเนื้อเสาเข็ม ทดสอบตามมาตรฐาน มยผ. 1551-51 โดยไม่ทำลายเสาเข็ม

วิธีทดสอบ

วัตถุประสงค์

ความแม่นยำ

ระยะเวลา

มาตรฐาน

Static Load Test

ยืนยันกำลังรับน้ำหนัก

สูงมาก

2–5 วัน/ต้น

ASTM D1143

Dynamic (PDA)

ประเมินกำลังรับน้ำหนัก

สูง

15–30 นาที/ต้น

ASTM D4945, มยผ. 1252-51

Seismic Test

ตรวจความสมบูรณ์

สูง (เชิงคุณภาพ)

5–10 นาที/ต้น

มยผ. 1551-51

การทดสอบคอนกรีตในงานก่อสร้างโรงงาน มีขั้นตอนและมาตรฐานอย่างไร?


คอนกรีตเป็นวัสดุหลักของโครงสร้างโรงงาน การทดสอบช่วยให้มั่นใจว่าคอนกรีตที่เทมีกำลังอัดตรงตามแบบ


Slump Test กับ Temperature Test ทำไมต้องทดสอบหน้างาน?

  • Slump Test วัดความข้นเหลวของคอนกรีตสด ค่า Slump ที่สูงหรือต่ำเกินไปบ่งบอกว่าปริมาณน้ำไม่ตรงสเปก ซึ่งส่งผลต่อกำลังอัดในระยะยาว

  • Temperature Test วัดอุณหภูมิคอนกรีตสดก่อนเท โดยทั่วไปอุณหภูมิไม่ควรเกิน 35°C เพราะอุณหภูมิสูงเกินไปทำให้คอนกรีตแข็งตัวเร็วและเสี่ยงต่อการแตกร้าว


Cube Test 7 วัน vs 28 วัน ค่ากำลังอัดต้องได้เท่าไร?


การหล่อก้อนตัวอย่างคอนกรีต (Cube หรือ Cylinder) แล้วนำไปทดสอบกำลังอัดที่ 7 วัน และ 28 วัน เป็นวิธีมาตรฐานตาม ASTM C39 ค่ากำลังอัดที่ 28 วัน ต้องได้ไม่ต่ำกว่าค่าที่วิศวกรระบุไว้ในแบบ (เช่น 240, 280 หรือ 350 ksc ขึ้นอยู่กับส่วนของโครงสร้าง)


การทดสอบแบบไม่ทำลาย (NDT) สำหรับโครงสร้างโรงงาน มีวิธีอะไรบ้าง?


NDT เป็นกลุ่มวิธีทดสอบที่ตรวจสอบคุณภาพโครงสร้างโดยไม่ทำให้เสียหาย เหมาะสำหรับโรงงานที่ต้องการประเมินสภาพโครงสร้างเดิมหรือยืนยันคุณภาพระหว่างก่อสร้าง


  • Rebound Hammer Test (ASTM C805) — เคาะผิวคอนกรีตแล้ววัดค่าสะท้อนกลับ ใช้ประเมินความแข็งผิวคอนกรีตเบื้องต้น เหมาะสำหรับการคัดกรองจุดที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม

  • Ultrasonic Pulse Velocity หรือ UPV (ASTM C597) — ส่งคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านเนื้อคอนกรีต ใช้ตรวจจับโพรง รอยร้าว หรือความไม่ต่อเนื่องภายใน

  • GPR หรือ Ground Penetrating Radar — ใช้คลื่นเรดาร์สแกนตำแหน่งเหล็กเสริมและตรวจหาโพรงหรือวัตถุฝังในคอนกรีต เหมาะกับการวางแผนเจาะหรือตัดโครงสร้างเดิม

  • Core Drill Test (ASTM C42) — เจาะเก็บแท่งตัวอย่างคอนกรีตไปทดสอบกำลังอัดในห้องปฏิบัติการ เป็นวิธีที่ให้ค่าแม่นยำสูงสุดแต่ทำให้โครงสร้างมีรูเจาะที่ต้องซ่อมแซม


การทดสอบรับน้ำหนักพื้นโรงงาน (Floor Load Test) จำเป็นไหม?


โรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งมีเครื่องจักรหนัก รถ Forklift วิ่ง หรือใช้เป็นคลังสินค้าที่มี Live Load สูง การทดสอบรับน้ำหนักพื้น (Floor Load Test) ช่วยยืนยันว่าพื้นสามารถรับน้ำหนักใช้งานจริงได้ตามที่ออกแบบ โดยเฉพาะบริเวณที่ติดตั้งเครื่องจักรหนักหรือจุดรับน้ำหนักเฉพาะจุด


การทดสอบจะวางน้ำหนักบนพื้นตามค่า Live Load ที่กำหนดในแบบ แล้ววัดการแอ่นตัว (Deflection) เทียบกับเกณฑ์ที่ยอมรับได้ หากค่าเกินเกณฑ์ต้องทบทวนแบบหรือเสริมกำลังก่อนใช้งาน


FAT และ SAT คืออะไร? ทดสอบเครื่องจักรก่อนและหลังติดตั้งในโรงงานอย่างไร?


นอกจากโครงสร้างอาคาร โรงงานยังต้องทดสอบเครื่องจักรและระบบต่าง ๆ ก่อนเริ่มใช้งานจริง


  • FAT (Factory Acceptance Test) — ทดสอบที่โรงงานผู้ผลิตก่อนส่งมอบเครื่องจักร เพื่อยืนยันว่าเครื่องจักรทำงานได้ตามสเปกที่ตกลง ตรวจสอบระบบควบคุม ความแม่นยำ และความปลอดภัย

  • SAT (Site Acceptance Test) — ทดสอบหลังติดตั้งเครื่องจักร ณ หน้างานจริง ตรวจสอบการเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้า ระบบลม ระบบท่อ และสภาพแวดล้อมจริงของโรงงาน


ทั้ง FAT และ SAT เป็นจุดตรวจที่เจ้าของโครงการควรเข้าร่วมหรือมอบหมายให้ที่ปรึกษาก่อสร้างเป็นตัวแทนตรวจรับ


เครื่องจักรบางประเภท เช่น ปั้นจั่น หม้อน้ำ และภาชนะรับความดัน ยังต้องผ่านการทดสอบและรับรองโดยวิศวกรตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ เกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564


มาตรฐานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบโรงงานในประเทศไทย


หมวด

มาตรฐาน/กฎหมาย

หน่วยงาน

ทดสอบดิน

ASTM D1586 (SPT), ASTM D5778 (CPT), ASTM D1556 (Field Density)

ทดสอบเสาเข็ม

ASTM D1143, ASTM D4945, มยผ. 1252-51, มยผ. 1551-51

กรมโยธาธิการและผังเมือง

ทดสอบคอนกรีต

ASTM C39 (กำลังอัด), ASTM C42 (Core Drill), ASTM C805 (Rebound Hammer), ASTM C597 (UPV)

มาตรฐานงานเสาเข็ม

มยผ. 1106-64

กรมโยธาธิการและผังเมือง

เครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ำ

กฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564

กระทรวงแรงงาน

ห้องปฏิบัติการทดสอบ

ISO/IEC 17025

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)

มาตรฐานวิศวกรรม

มาตรฐาน วสท.

วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย


เจ้าของโครงการควรวางแผนทดสอบทางวิศวกรรมโรงงานอย่างไร?


การทดสอบทางวิศวกรรมไม่ใช่สิ่งที่ทำครั้งเดียวแล้วจบ แต่เป็นกระบวนการที่ต้องวางแผนให้สอดคล้องกับแต่ละขั้นตอนของโครงการ


ขั้นตอน

การทดสอบที่ต้องทำ

ก่อนก่อสร้าง

Soil Investigation (SPT/CPT), Field Density Test

งานฐานราก

Static/Dynamic Pile Load Test, Pile Integrity Test

งานโครงสร้าง

Slump Test, Temperature Test, Cube/Cylinder Test, NDT

งานพื้นและโครงสร้างเหล็ก

Floor Load Test, Welding Inspection

ติดตั้งเครื่องจักร

FAT (ก่อนส่งมอบ), SAT (หลังติดตั้ง)

ตรวจรับงาน

ตรวจ Defect ก่อสร้างโรงงาน, รวบรวมเอกสารผลทดสอบทั้งหมด


การมีบทบาทที่ปรึกษาก่อสร้างเข้ามาดูแลตั้งแต่ขั้นตอนวางแผน ช่วยให้เจ้าของโครงการมั่นใจว่าการทดสอบทุกรายการถูกกำหนดไว้ในสัญญา ดำเนินการตามมาตรฐาน และมีผลทดสอบเป็นหลักฐานยืนยันคุณภาพครบถ้วนก่อนส่งมอบ


สนใจบริการที่ปรึกษาและควบคุมงานก่อสร้างติดต่อ

อักษรเพชร สุขสิริถาวรกุล (Co-Founder and Executive Committee)


แหล่งอ้างอิงข้อมูล

bottom of page