top of page

เจาะลึกกระบวนการ QC งานก่อสร้าง 3 ระยะ เพื่อลดงบบานปลายและโครงสร้างไม่ได้มาตรฐาน

  • รูปภาพนักเขียน: Stable Inter Consultant
    Stable Inter Consultant
  • 24 มิ.ย.
  • ยาว 2 นาที

การควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง หรือ QC คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้โครงการอสังหาริมทรัพย์ โรงงาน หรือคฤหาสน์หรูของคุณ สำเร็จลุล่วงได้ตามเป้าหมายโดยไม่มีปัญหายืดเยื้อตามมาภายหลัง การควบคุมคุณภาพไม่ใช่เพียงการตรวจเช็กข้อผิดพลาดในขั้นตอนสุดท้าย แต่เป็นกระบวนการตรวจสอบเชิงลึกและเป็นระบบตั้งแต่ขั้นตอนการจัดเตรียมวัสดุ การลงมือปฏิบัติงานหน้างานจริง ไปจนถึงการส่งมอบงานขั้นสุดท้าย เพื่อป้องกันปัญหางบบานปลาย โครงสร้างไม่ได้มาตรฐาน และการแก้ไขงานซ้ำซ้อน


QC คืออะไร และ QC ในงานก่อสร้างคืออะไร ทำไมเจ้าของโครงการจึงไม่ควรมองข้าม?


กระบวนการ QC งานก่อสร้าง (Quality Control) คือระบบการตรวจสอบและทดสอบคุณภาพของวัสดุ อุปกรณ์ และขั้นตอนการปฏิบัติงานหน้างานจริง เพื่อให้มั่นใจว่าผลงานก่อสร้างที่เสร็จสมบูรณ์มีความแข็งแรง ปลอดภัย และถูกต้องตามรายละเอียดในแบบแปลนและมาตรฐานทางวิศวกรรมการก่อสร้างของโครงการ


ในขณะที่การรับประกันคุณภาพ (Quality Assurance หรือ QA) จะมุ่งเน้นไปที่การวางกรอบกระบวนการทำงานเพื่อป้องกันข้อผิดพลาด แต่ QC จะทำหน้าที่เสมือน "หน้าด่าน" ในการลงพื้นที่ตรวจสอบผลงานจริงหน้างาน หากโครงการก่อสร้างไม่มีการทำ QC อย่างเป็นระบบ เจ้าของโครงการอาจต้องเผชิญความเสี่ยงร้ายแรงทั้งในแง่ของต้นทุน ระยะเวลา และความปลอดภัย การเลือกใช้บริการจาก บริษัทที่ปรึกษาก่อสร้าง ที่มีความเชี่ยวชาญ จะช่วยให้เจ้าของโครงการมีตัวแทนในการควบคุมกระบวนการนี้อย่างเข้มงวด โดยโครงสร้างความแตกต่างระหว่าง QA และ QC ในโครงการก่อสร้างแสดงได้ดังนี้:


มิติการเปรียบเทียบ

การรับประกันคุณภาพ (QA)

การควบคุมคุณภาพ (QC)

เป้าหมายหลัก

วางแผน ป้องกัน และกำหนดแนวทางการทำงานเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด

ตรวจสอบ ค้นหา และแก้ไขผลงานก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

ขอบเขตการทำงาน

เน้นที่ระบบและกระบวนการจัดการ (Process-Oriented)

เน้นที่ตัวผลิตภัณฑ์ วัสดุ และผลงานจริงหน้างาน (Product-Oriented)

ผู้รับผิดชอบหลัก

ทีมบริหารโครงการ ทีมออกแบบ และผู้กำหนดนโยบาย

วิศวกร QC และทีมตรวจสอบหน้างานจริง

ระยะเวลาดำเนินการ

วางระบบก่อนเริ่มโครงการและควบคุมตลอดระยะเวลาการทำงาน

ตรวจสอบเป็นระยะตลอดขั้นตอนการจัดหาและลงมือทำงานก่อสร้าง


QC Engineer ทำหน้าที่อะไรบ้างในสนามก่อสร้างจริง?


วิศวกรควบคุมคุณภาพ หรือ QC Engineer ทำหน้าที่ตรวจสอบ ทดสอบ และบันทึกประวัติการควบคุมคุณภาพของวัสดุและขั้นตอนการทำงานทั้งหมดในสนามก่อสร้าง เพื่อรายงานตรงต่อทีมบริหารโครงการและป้องกันการรับมอบงานที่ไม่ได้มาตรฐานวิศวกรรม


หน้าที่ของ QC Engineer ถือเป็นบทบาทเฉพาะทางที่ต้องอาศัยทั้งทักษะทางวิศวกรรมเชิงลึกและความเข้าใจในรายละเอียดข้อตกลงของโครงการ โดยทั่วไปหน้าที่ความรับผิดชอบของ วิศวกรควบคุมงานก่อสร้าง ด้านการควบคุมคุณภาพในสนามก่อสร้างจริง มีดังต่อไปนี้


  • ตรวจสอบและอนุมัติวัสดุ (Material Inspection): ตรวจเช็กเอกสารรับรองมาตรฐานวัสดุ (Mill Certificate) ตรวจสอบความถูกต้องของสเปกวัสดุที่ส่งเข้าหน้างานเทียบกับแบบที่ได้รับอนุมัติ

  • ควบคุมการทดสอบทางวิศวกรรมหน้างาน (On-site Testing): กำกับดูแลและบันทึกผลการทดสอบที่สำคัญ เช่น การทดสอบความเหลวของคอนกรีต (Slump Test), การเก็บตัวอย่างก้อนปูนเพื่อทดสอบกำลังรับแรงอัด (Concrete Compressive Strength Test) และการทดสอบแนวเชื่อมเหล็กด้วยคลื่นความถี่สูง (Ultrasonic Testing)

  • ออกเอกสาร NCR (Non-Conformance Report): จัดทำและส่งรายงานแจ้งเตือนเมื่อพบงานที่ไม่ได้มาตรฐาน พร้อมสั่งระงับการทำงานในส่วนนั้นทันที และกำหนดแนวทางร่วมกับผู้รับเหมาเพื่อแก้ไขงานให้ถูกต้องตามมาตรฐาน

  • จัดเตรียมเอกสารประวัติการควบคุมคุณภาพ (QC Documentation): รวบรวมเอกสารรายงานการทดสอบ ผลแล็บ และบันทึกการตรวจสอบความเรียบร้อยของงานแต่ละส่วนเพื่อส่งมอบเป็นหลักฐานแก่เจ้าของโครงการตอนส่งมอบงาน


เจาะลึกขั้นตอน QC งานก่อสร้าง 3 ระยะ มีอะไรบ้างที่ต้องคุมอย่างเข้มงวด?


เพื่อให้การบริหารและควบคุมคุณภาพโครงการก่อสร้างเป็นไปอย่างรัดกุมที่สุด กระบวนการตรวจสอบจะถูกจัดแบ่งออกเป็น 3 ระยะหลัก ซึ่งเป็นขั้นตอนการควบคุมคุณภาพเชิงป้องกันที่ช่วยควบคุมต้นทุนและประหยัดเวลาของโครงการ


การแบ่งขั้นตอน QC ออกเป็น 3 ระยะ จะทำให้ทีมตรวจสอบสามารถดักจับความผิดพลาดได้ล่วงหน้าก่อนจะเกิดความเสียหายขนาดใหญ่ โดยมีรายละเอียดของแต่ละช่วงเวลาดังนี้


QC งานก่อสร้าง 3 ระยะ โดยบริษัทที่ปรึกษาก่อสร้าง Stable Inter

ระยะที่ 1: การควบคุมคุณภาพก่อนเริ่มงานก่อสร้าง (Pre-Construction QC)

ขั้นตอนนี้คือการป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นทาง โดยมุ่งเน้นไปที่การเตรียมการ ตรวจสอบความพร้อมของแบบ และตรวจสอบคุณสมบัติของสิ่งที่จะนำมาติดตั้งในโครงการ


  • การตรวจสอบ Shop Drawings: ตรวจทานแบบขยายรายละเอียดสำหรับใช้งานก่อสร้างจริง (Shop Drawings) เพื่อป้องกันปัญหาแบบขัดแย้งกันเองระหว่างงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม และงานระบบระบบประกอบอาคาร

  • การอนุมัติเอกสารนำเสนอวัสดุ (Material Submission Documents): ผู้รับเหมาต้องส่งมอบตัวอย่างและเอกสารคุณสมบัติของวัสดุเพื่อขออนุมัติใช้งานล่วงหน้า เพื่อป้องกันการนำวัสดุไม่ได้มาตรฐานหรือผิดขนาดมาใช้งานหน้างาน

  • การตรวจสอบพื้นที่และการตั้งแนวเขตก่อสร้าง: การรังวัดตรวจสอบพิกัดที่ดิน การตอกเสาเข็มทดสอบ (Pilot Pile) และการตรวจสอบสภาพชั้นดินจริงเพื่อยืนยันกับสมมติฐานการออกแบบทางวิศวกรรมฐานราก


ระยะที่ 2: การควบคุมคุณภาพระหว่างการก่อสร้าง (During Construction QC)

ขั้นตอนนี้คือหัวใจสำคัญของการ ควบคุมงานก่อสร้าง เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติงานจริงและทดสอบผลงานเป็นระยะตามข้อกำหนดทางเทคนิค


  • การตรวจงานเหล็กและงานแบบหล่อ: ตรวจสอบขนาด จำนวน และระยะทาบของเหล็กเสริมคอนกรีตรวมถึงความแข็งแรงของค้ำยันแบบหล่อก่อนการเทคอนกรีตทุกครั้ง

  • การทดสอบวัสดุหน้างาน (Fresh Concrete Testing): ควบคุมการทำ Slump Test ของคอนกรีตผสมเสร็จและตรวจนับเวลาในการเทเพื่อป้องกันคอนกรีตเซ็ตตัวก่อนการใช้งานอันเป็นสาเหตุให้คอนกรีตเป็นรังผึ้งหรือสูญเสียกำลังรับแรง

  • การตรวจสอบงานระบบฝังผนังและใต้ฝ้า: ตรวจสอบตำแหน่งการเดินท่อน้ำ ท่อร้อยสายไฟ และการทดสอบแรงดันระบบท่อ (Pressure Test) ก่อนจะดำเนินการปิดฝ้าเพดานหรือเทคอนกรีตทับหน้าเพื่อลดปัญหารั่วซึมในอนาคต


ระยะที่ 3: การควบคุมคุณภาพหลังสิ้นสุดงานก่อสร้าง (Post-Construction / Handover QC)


ขั้นตอนนี้คือการตรวจสอบขั้นสุดท้ายเพื่อให้มั่นใจว่าผลงานที่สร้างเสร็จพร้อมส่งมอบและใช้งานได้อย่างปลอดภัยเต็มประสิทธิภาพ


  • การตรวจรับงานและหาจุดบกพร่อง (Defect Inspection): การลงรายละเอียดตรวจหาจุดชำรุด งานสถาปัตยกรรมไม่ได้ระดับ สีหลุดร่อน งานปูกระเบื้องกลวง และรอยแตกร้าวตามจุดต่าง ๆ ของอาคาร

  • การทดสอบการทำงานของระบบอาคารทั้งหมด (Testing & Commissioning): ทดลองเปิดใช้งานระบบไฟฟ้า ระบบดับเพลิง ระบบปรับอากาศ และระบบสุขาภิบาลอย่างเต็มรูปแบบเพื่อเช็กความสมบูรณ์ในการทำงานจริงประสานกัน

  • การตรวจสอบ As-Built Drawings และประวัติโครงการ: ตรวจทานความถูกต้องของแบบจำลองโครงการตามที่ก่อสร้างจริง (As-Built Drawings) และเอกสารบันทึกผลการทดสอบทั้งหมดของโครงสร้างอาคารก่อนการลงนามรับมอบอย่างเป็นทางการ


การบริหารจัดการและกระบวนการ QC งานก่อสร้างที่ดี ส่งผลดีต่อผู้พัฒนาโครงการอย่างไร?


เจ้าของโครงการก่อสร้างจับมือกับบริษัทที่ปรึกษาก่อสร้าง สะท้อนถึงโครงการก่อสร้างที่ประสบความสำเร็จ

การมีกระบวนการ QC ที่เป็นระบบจะส่งผลเชิงบวกโดยตรงต่อความคุ้มค่าของการลงทุน ช่วยควบคุมงบประมาณ ระยะเวลาในการก่อสร้าง และรักษาความปลอดภัยในระดับมาตรฐานวิศวกรรม


เมื่อโครงการมีการควบคุมคุณภาพอย่างมีประสิทธิภาพ ปริมาณการแก้ไขงานหน้างานจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ผู้รับเหมาทำงานได้ราบรื่น ไม่ต้องสูญเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการทุบหรือรื้อถอนโครงสร้างใหม่ ซึ่งช่วยปิดความเสี่ยงเรื่องงบบานปลายและงานล่าช้าได้อย่างยั่งยืน


กุญแจสู่ความสำเร็จที่แท้จริงไม่ใช่แค่การตรวจ QC


หลายครั้งที่เจ้าของโครงการมองว่าการทำ QC คือจุดสิ้นสุดของการควบคุมคุณภาพ แต่ในความเป็นจริงทางวิศวกรรมและการบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่ การตรวจ QC เป็นเพียง "การควบคุมที่ปลายทาง" เพื่อดักจับข้อผิดพลาดไม่ให้หลุดรอดออกไปเท่านั้น


ความสำเร็จที่แท้จริงในการพัฒนาโครงการก่อสร้างให้ราบรื่น งบประมาณไม่บานปลาย และส่งมอบได้ตรงเวลา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการรอตรวจจับข้อผิดพลาดในขั้นตอนสุดท้าย แต่ขึ้นอยู่กับ "การวางแผนและการควบคุมกระบวนการ (Process Control) ในภาพใหญ่" ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ


ใครควรจะมาเป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้างตั้งแต่เริ่มจนจบ?


บริษัท สเตเบิล อินเตอร์ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาบริหารและควบคุมงานก่อสร้างมืออาชีพ มุ่งเน้นการวางแผนงานอย่างรัดกุมตั้งแต่ขั้นตอนแรก การตรวจสอบแบบทางวิศวกรรม การบริหารสัญญาก่อสร้าง ไปจนถึงการควบคุมกระบวนการทำงานของผู้รับเหมาหน้างานอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นตั้งแต่แรก มากกว่าการรอแก้ไขปัญหาในขั้นตอนตรวจรับงานปลายทาง


หากคุณต้องการให้โครงการก่อสร้างของคุณได้รับการดูแลโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญที่มีกระบวนการควบคุมคุณภาพระดับมาตรฐานสากล พร้อมการบริหารจัดการที่ตอบโจทย์มิติเรื่องเวลา ต้นทุน และความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ สามารถติดต่อเพื่อพูดคุยรายละเอียดหรือรับคำปรึกษากับเราได้ตามช่องทางด้านล่างนี้


สนใจบริการที่ปรึกษาและควบคุมงานก่อสร้างติดต่อ


อักษรเพชร สุขสิริถาวรกุล (Co Founders and Executive Committee)

bottom of page