Defect ก่อสร้างโรงงาน 5 หมวดที่ต้องเช็คก่อนรับมอบงาน เพื่อความยั่งยืน

Defect ก่อสร้างโรงงาน คืออะไร? และมีประเภทไหนบ้าง?
Defect ก่อสร้างโรงงาน คือ ความผิดพลาด ข้อบกพร่อง หรือความไม่ได้มาตรฐานของงานก่อสร้างในระดับอุตสาหกรรม ซึ่งไม่ตรงกับแบบแปลน ข้อกำหนดใน BOQ หรือสัญญาจ้างที่ตกลงกันไว้ โดยจากการลงพื้นที่จริงของทีมงาน เราพบว่า Defect โรงงานสามารถแบ่งได้ 3 กลุ่มหลัก
งานโครงสร้างหลัก: ครอบคลุมโครงสร้างเหล็ก, ฐานรากเสาเข็ม, พื้นอุตสาหกรรม และผนังแพนเนล
งานสถาปัตยกรรม: ครอบคลุมงานหลังคา Metal Sheet, ผนังเมทัลชีท, งานระบบน้ำฝน และงานพื้นสำนักงานภายใน
งานระบบประกอบอาคาร (MEP): ครอบคลุมระบบไฟฟ้ากำลัง, ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ (HVAC), ระบบน้ำประปาและสุขาภิบาล, ระบบดับเพลิง และระบบบำบัดน้ำเสีย
ปัญหาที่พบบ่อยในการก่อสร้างคลังสินค้าและโรงงาน ทำไมเจ้าของโรงงานต้องระวัง Defect?
ในฐานะที่ทีมวิศวกร STABLE INTER ได้ควบคุมและตรวจรับงานก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมและคลังสินค้ามาหลายสิบโครงการ สิ่งที่เราพบซ้ำๆ และยืนยันได้เลยคือ ปัญหาที่พบบ่อยในการก่อสร้างคลังสินค้าและโรงงานนั้น ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของเจ้าของโครงการได้รุนแรงกว่าอาคารประเภทอื่นมาก
ลองคิดดูว่าหากพื้นโรงงานแตกร้าวและทรุดตัวจนรับน้ำหนักเครื่องจักร 50 ตันไม่ได้ หรือหลังคา Metal Sheet รั่วซึมจนสต็อกวัตถุดิบมูลค่าหลายล้านบาทเสียหาย ต้นทุนที่แท้จริงไม่ใช่แค่ค่าซ่อมแซม แต่รวมถึงมูลค่าการหยุดสายการผลิต (Downtime Cost) ที่บางอุตสาหกรรมนับเป็นหลักล้านบาทต่อวัน
ด้วยเหตุนี้ ตั้งแต่ก่อนเริ่มสร้างโรงงาน เราจึงวางระบบ QC ที่ครอบคลุมทุกขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการเสร็จทันเวลาและได้มาตรฐานทางวิศวกรรมอย่างแท้จริง
เจาะลึก Defect โครงสร้างและงานระบบ ที่อันตรายที่สุดในโรงงานอุตสาหกรรม
1. การตรวจรับงานโครงสร้างเหล็กโรงงาน และ Defect ที่ต้องระวัง
จากประสบการณ์ของเรา การตรวจรับงานโครงสร้างเหล็กโรงงาน Defect ที่เราพบบ่อยที่สุดและส่งผลต่อความมั่นคงของอาคารโดยตรง ได้แก่
รอยเชื่อมไม่เต็ม มีรูพรุน หรือมีสะเก็ดโลหะ ที่ไม่ได้ทำความสะอาด ซึ่งต้องตรวจด้วย Visual Inspection และทดสอบเพิ่มเติมด้วย Dye Penetrant Test (DPT) หรือ Ultrasonic Testing (UT)
การขันน็อตสลัก ไม่ได้ค่าแรงบิด ตามที่วิศวกรออกแบบกำหนด ซึ่งต้องตรวจด้วย Calibrated Torque Wrench ทุกตัว
การพ่นสีกันสนิม ไม่ได้ความหนาแห้ง ตามสเปก ซึ่งต้องตรวจด้วยเครื่อง DFT Gauge
การติดตั้งเสาและคานเหล็กไม่ได้ระดับแนวดิ่ง และแนวฉาก (Square) ที่ต้องตรวจด้วยกล้องวัดระดับ (Total Station / Theodolite) ไม่ใช่เพียงการดูด้วยตาเปล่า
การไม่มี Bracing (ค้ำยัน) ชั่วคราวระหว่างการก่อสร้าง จนทำให้โครงเหล็กไม่มีเสถียรภาพในระหว่างการประกอบ
2. Defect ระบบไฟฟ้าโรงงานอุตสาหกรรม (งานก่อสร้าง)
defect ระบบไฟฟ้าโรงงานอุตสาหกรรม เป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญสูงมาก เพราะนอกจากจะก่อให้เกิดอัคคีภัยได้แล้ว ยังอาจทำให้เครื่องจักรราคาสูงเสียหายได้โดยตรง จุดที่ทีมเราต้องตรวจสอบอย่างเข้มงวดคือ
การเข้าสายไฟในตู้ MDB (Main Distribution Board) ที่ไม่แน่นหนา, ฉนวนสายไฟล่อน หรือไม่มี Ferrule End รัดปลายสาย
การเดินราง Cable Tray ที่ไม่เรียบร้อย, ไม่มี Earthing Bond ต่อระหว่างรางอย่างต่อเนื่อง, และไม่มีช่องว่างระบายความร้อนของสายไฟตามมาตรฐาน IEC
ระบบสายดิน ที่ค่าความต้านทานสูงเกินกว่า 5 Ω ที่กฎหมายกำหนด (ตรวจด้วย Earth Resistance Tester)
ขนาด Circuit Breaker และขนาดสายไฟที่ไม่สอดคล้องกับโหลดที่ออกแบบไว้ใน Single Line Diagram (SLD)
การไม่มี Lightning Protection System (ระบบป้องกันฟ้าผ่า) บนหลังคาโรงงานตามมาตรฐาน มอก.
3. Defect ระบบดับเพลิงโรงงานอุตสาหกรรม และการตรวจรับ
defect ระบบดับเพลิงโรงงานอุตสาหกรรม คือเรื่องที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมใช้พิจารณาในการออกใบอนุญาต รง.4 และหากระบบไม่ผ่าน อาจทำให้โรงงานเปิดไม่ได้ตามแผน จุดที่วิศวกร MEP ของเราต้องควบคุมอย่างเข้มงวดคือ
การทดสอบแรงดันน้ำ (Hydrostatic Pressure Test) ในท่อดับเพลิงที่แรงดัน 200 psi (หรือบวก 50 psi สำหรับระบบที่แรงดันใช้งานเกิน 150 psi) เป็นเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมงโดยไม่มีการรั่วซึม ตามมาตรฐาน NFPA 13
การติดตั้ง Fire Pump และ Jockey Pump ในห้อง Pump Room ที่มีระบบ Standby Generator เชื่อมต่อโดยอัตโนมัติ
ตำแหน่งและระยะห่างของ Sprinkler Head ที่ต้องครอบคลุมพื้นที่ทุกจุดตามมาตรฐาน NFPA 13 หรือ วสท.
ความแข็งแรงของจุดรองรับท่อ (Hanger & Support) และระยะห่างของ Hanger ตามมาตรฐาน ต้องรับแรงดันน้ำกระชาก (Water Hammer) ได้
เช็คลิสต์ ตรวจ Defect โรงงานมีอะไรบ้าง
หนึ่งในเครื่องมือที่ทีมงาน STABLE INTER ใช้จริงทุกโครงการคือการมีกระบวนการ QC งานก่อสร้าง ที่ชัดเจน ด้านล่างคือ เช็คลิสต์ตรวจ Defect โรงงาน ที่เราใช้เป็นตัวตั้งต้นในการตรวจรับงาน
หมายเหตุ: เช็คลิสต์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น รายการตรวจสอบและค่ามาตรฐานที่เหมาะสมในแต่ละโครงการอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทของอาคาร ระบบที่ติดตั้ง ข้อกำหนดพิเศษตามสัญญา และสภาพหน้างานจริง การตรวจรับงานจริงควรดำเนินการโดยวิศวกรที่มีประสบการณ์และอ้างอิงแบบก่อสร้าง (As-Built Drawing) และข้อกำหนดทางเทคนิค (Specification) ของโครงการนั้นๆ เสมอ
หมวดที่ 1: โครงสร้างและงานโยธา
ตรวจสอบ Settlement หรือรอยร้าวที่ฐานรากและพื้น
ตรวจค่า Floor Flatness (F-number) ของพื้นโรงงานที่รับน้ำหนักเครื่องจักร (ต้องเป็น FF/FL ≥ 25/20 หรือตามแบบ)
ตรวจสอบความหนาและกำลังอัดของพื้นคอนกรีตด้วย Core Sampling หรือ Schmidt Hammer Test
ตรวจสอบการยึดสมอยึด (Anchor Bolt) ของฐานเสาเหล็กทุกต้นว่าตรงตำแหน่งและได้ระดับ
ตรวจสอบการขัน High-Strength Bolt ของโครงสร้างเหล็กด้วย Calibrated Torque Wrench
ตรวจ Dry Film Thickness ของสีกันสนิมด้วย DFT Gauge ทุก Batch ที่พ่น
ตรวจความดิ่งและฉากของเสาเหล็กด้วย Total Station ไม่ใช่แค่ดูด้วยตาเปล่า
ตรวจสอบการ Lock ของ Roof Purlin และ Wall Girt ทุกตัวว่าครบและแน่น
หมวดที่ 2: งานหลังคาและกันซึม
ฉีดน้ำทดสอบการรั่วซึม (Hose Test) บนหลังคา Metal Sheet อย่างน้อย 1 ชั่วโมง โดยเน้นที่ Ridge Capping, Valley, และ Flashing
ตรวจสอบระยะทับกัน (Lap) ของแผ่น Metal Sheet ให้ตรงตามสเปกของผู้ผลิต (ปกติ ≥ 150 mm ที่ Eave และ Ridge)
ตรวจสอบ Sealant ที่ Overlap และจุดเจาะท่อผ่านหลังคาทุกจุดว่าไม่มีช่องว่าง
ตรวจสอบระบบ Gutter และ Downpipe ว่ามีความลาดเอียงเพียงพอ (ไม่น้อยกว่า 1% หรือ 1:100 ตามมาตรฐาน วสท.) เพื่อป้องกันน้ำล้นและตะกอนสะสม และมีขนาดเพียงพอรับปริมาณน้ำฝน
หมวดที่ 3: ระบบไฟฟ้า
ตรวจสอบค่าความต้านทานฉนวนสายไฟทุกวงจร (Insulation Resistance Test ≥ 1 MΩ)
ตรวจสอบค่าความต้านทานสายดิน (Earth Resistance Test ≤ 5 Ω สำหรับโรงงานทั่วไป)
ทดสอบการตัดวงจรของ Circuit Breaker (Function Test) ทุกตัว
ตรวจสอบ Cable Schedule ว่าสายที่เดินจริงตรงกับแบบ As-Built ทุกเส้น
ตรวจสอบ Label และ Marking ในตู้ MDB และ DB ทุกตู้ว่าครบถ้วนและถูกต้อง
ทดสอบระบบไฟฉุกเฉิน (Emergency Light) และป้ายทางออกฉุกเฉิน (Exit Sign) ทุกดวง
หมวดที่ 4: ระบบดับเพลิงและความปลอดภัย
ทำ Hydrostatic Pressure Test ท่อดับเพลิงที่ 200 psi เป็นเวลา 2 ชั่วโมง (ตามมาตรฐาน NFPA 13)
ทดสอบการทำงานของ Fire Pump (Jockey Pump, Main Pump, Standby Pump) โดยจำลองการรั่วของระบบ
ตรวจสอบระยะการครอบคลุมและความสูงของ Sprinkler Head ทุกหัวว่าตรงตามแบบ
ทดสอบการทำงานของ Fire Alarm System, Smoke Detector, และ Manual Call Point ทุกจุด
ตรวจสอบการติดตั้ง Fire Extinguisher ตามตำแหน่งและประเภทที่กำหนดในแบบ
หมวดที่ 5: ระบบสุขาภิบาลและบำบัดน้ำเสีย
ทดสอบความลาดเอียงของท่อน้ำทิ้งด้วยการเทน้ำ ต้องไหลสะดวกและไม่ขังในท่อ
ทดสอบระบบบำบัดน้ำเสีย (ETP) ว่าน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วผ่านมาตรฐานที่กรมโรงงานกำหนด
ระยะเวลารับประกันผลงานก่อสร้างโรงงาน ตามกฎหมายกำหนดไว้กี่ปี?
เรื่องนี้สำคัญมากและมักถูกมองข้ามในขั้นตอนทำสัญญา คำถามที่เจ้าของโรงงานมักถามเราคือ ระยะเวลารับประกันผลงานก่อสร้างโรงงาน ตามกฎหมาย กำหนดไว้อย่างไร? ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) มาตรา 600 ลักษณะจ้างทำของ กำหนดความรับผิดในความชำรุดบกพร่องไว้ดังนี้
ประเภทงาน | ระยะเวลารับผิดชอบความบกพร่อง |
โครงสร้างหลักที่ติดกับพื้นดิน (คอนกรีต, โครงเหล็ก) | 5 ปี นับจากวันส่งมอบ |
ส่วนประกอบอื่นๆ (งานระบบ, งานตกแต่ง) | 1 ปี นับจากวันส่งมอบ |
อายุความฟ้องร้อง | ภายใน 1 ปี นับจากวันที่พบข้อบกพร่อง |
อย่าพึ่งพาแค่ระยะเวลาตามกฎหมาย เพราะในทางปฏิบัติ การพิสูจน์ว่า Defect เกิดจากความผิดพลาดของผู้รับเหมานั้นทำได้ยาก เราจึงแนะนำให้ระบุเงื่อนไขรับประกันในสัญญาให้ครบถ้วนตั้งแต่ขั้นตอนการร่าง TOR จัดซื้อจัดจ้าง เช่น กำหนดให้ผู้รับเหมามีหน้าที่สำรวจและแก้ไข Defect ภายใน XX วันหลังได้รับแจ้ง พร้อมค่าปรับหากล่าช้า
การป้องกันที่ดีที่สุด คือการวางแผนล่วงหน้าตั้งแต่แรก
จากทุกโครงการโรงงานที่เราเคยดูแล สิ่งที่ยืนยันได้ชัดเจนที่สุดคือ เจ้าของโครงการที่มีบริษัทที่ปรึกษาก่อสร้างคุมงานตั้งแต่แรก สามารถลดปัญหาจุกจิกระหว่างทาง และสามารถควบคุมงบประมาณได้ตรงตามเป้าหมายกว่าการตรวจสอบเองเพียงฝ่ายเดียว ทีมวิศวกร STABLE INTER พร้อมดูแลโรงงานของคุณตั้งแต่ฐานรากยันงานระบบถึงส่งมอบ เพื่อให้คุณเปิดสายการผลิตได้ตามแผนธุรกิจโดยไม่มีสะดุด
สนใจบริการที่ปรึกษาและควบคุมงานก่อสร้างติดต่อ
อักษรเพชร สุขสิริถาวรกุล (Co Founders and Executive Committee)
โทร: 062-648-2222
ไลน์: @stableinter








