top of page

As-built Drawing คืออะไร? ต่างจาก Shop Drawing อย่างไร และเจ้าของต้องตรวจอะไรก่อนรับมอบ

รูปภาพนักเขียน: Stable Inter Consultant
Stable Inter Consultant
9 ต.ค.
ยาว 3 นาที

As-built Drawing คือแบบที่บันทึกสภาพของงานที่ก่อสร้างจริง รวมถึงรายละเอียดที่เปลี่ยนไปจากแบบเดิมระหว่างดำเนินงาน เพื่อให้เจ้าของโครงการและทีมดูแลอาคารมีข้อมูลอ้างอิงสำหรับตรวจสอบ ซ่อมบำรุง และวางแผนปรับปรุงพื้นที่หลังส่งมอบ แบบชุดนี้จึงควรสะท้อนตำแหน่งและรายละเอียดที่ติดตั้งจริง พร้อมข้อมูลที่ตรวจสอบย้อนกลับได้


สำหรับเจ้าของอพาร์ทเมนต์ อาคารสำนักงาน หรืออาคารสูง การรับแบบครบหนึ่งชุดอาจยังไม่พอ หากแนวท่อ ตำแหน่งวาล์ว หรือรหัสอุปกรณ์ในแบบไม่ตรงกับหน้างาน ทีมอาคารจะต้องกลับไปค้นหาข้อมูลเมื่อเกิดปัญหา คุณค่าของ As-built จึงอยู่ที่ความครบถ้วน ความสอดคล้อง และความพร้อมให้ผู้รับช่วงดูแลนำไปใช้ต่อ


As-built Drawing คืออะไร?


คำว่า As-built Drawing มักใช้เรียก “แบบก่อสร้างจริง” ซึ่งบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้างและการติดตั้ง เช่น การเปลี่ยนตำแหน่งอุปกรณ์ แนวท่อ หรือรายละเอียดที่ปรับจากแบบเดิม เอกสารคำอธิบายสัญญา B201 ของ AIA ใช้คำว่า As-constructed Record Drawings หรือ As-builts สำหรับแบบที่แสดงโครงการตามที่ก่อสร้าง โดยอาศัยข้อมูลที่ผู้รับเหมาให้เจ้าของตามสัญญา อ้างอิง AIA B201


เจ้าของควรตั้งคำถามว่า “ข้อมูลในแบบชุดนี้ได้มาจากไหน และตรวจเทียบกับอะไรแล้วบ้าง?”

เพราะการใส่คำว่า As-built บนหน้าปกหรือกรอบชื่อแบบไม่ได้ยืนยันว่ารายละเอียดภายในได้รับการปรับให้ตรงกับสิ่งที่ติดตั้งจริง


หากบางพื้นที่ไม่มีข้อมูลยืนยัน ควรระบุข้อจำกัดและกำหนดวิธีตรวจเพิ่มเติมให้ชัด แทนการใช้ตำแหน่งจากแบบเดิมเสมือนเป็นข้อมูลที่ตรวจแล้ว


As-built Drawing ต่างจากแบบก่อสร้างและ Shop Drawing อย่างไร?


แบบแต่ละประเภทตอบคำถามคนละช่วงของโครงการ เจ้าของจึงควรรู้ว่าแบบที่กำลังเปิดดูใช้สื่อเจตนาการออกแบบ รายละเอียดที่จะติดตั้ง หรือสิ่งที่ก่อสร้างจริง


ประเภทเอกสาร

วัตถุประสงค์หลัก

ช่วงใช้งาน

สิ่งที่เจ้าของควรตรวจ

แบบออกแบบและแบบก่อสร้าง

สื่อรูปแบบอาคารและข้อกำหนดของงานที่จะก่อสร้าง

ออกแบบ จัดซื้อจัดจ้าง และดำเนินงาน

ฉบับที่ใช้ ขอบเขต และการแก้ไขที่ได้รับอนุมัติ

Shop Drawing

แสดงรายละเอียดเฉพาะงานสำหรับผลิต ประกอบ หรือติดตั้ง

เตรียมงานและประสานรายละเอียดก่อนดำเนินงาน

สถานะตรวจทานและความสอดคล้องกับแบบและข้อกำหนดโครงการ

Redline หรือแบบบันทึกการเปลี่ยนแปลง

ทำเครื่องหมายและอธิบายสิ่งที่เปลี่ยนจากแบบอ้างอิง

ระหว่างก่อสร้าง

จุดที่เปลี่ยน รายละเอียด และหลักฐานประกอบ

As-built / Record Drawing ตามนิยามของโครงการ

บันทึกหรือรวบรวมข้อมูลสภาพก่อสร้างจริง

ระหว่างงานจนถึงส่งมอบ และใช้อ้างอิงภายหลัง

แหล่งข้อมูล ความครบถ้วน และการตรวจเทียบกับงานจริง


แบบออกแบบและแบบก่อสร้าง


แบบออกแบบและแบบก่อสร้างใช้สื่อว่าโครงการจะดำเนินงานอย่างไร แต่ระหว่างก่อสร้างอาจมีการแก้รายละเอียดหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ เจ้าของจึงควรให้ทีมแยกแบบฉบับที่ใช้ดำเนินงานออกจากชุดข้อมูลที่บันทึกผลการก่อสร้างจริง พร้อมจัดเก็บประวัติการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้อง


Shop Drawing


Shop Drawing คือเอกสารแสดงรายละเอียดเฉพาะส่วนของงาน ที่ผู้รับเหมา ผู้รับเหมาช่วง ผู้ผลิต หรือผู้จัดหาจัดทำเพื่ออธิบายการดำเนินงาน ตามแนวทาง AIA เอกสารกลุ่มนี้ใช้แสดงวิธีนำข้อกำหนดของโครงการไปผลิต ประกอบ และติดตั้ง อ้างอิง AIA เรื่อง Construction Submittals


Shop Drawing ที่ผ่านการตรวจทานจึงยังต้องตรวจเทียบกับสิ่งที่ติดตั้งจริงก่อนนำไปเป็นข้อมูล As-built หากมีการย้ายตำแหน่งหรือปรับรายละเอียดภายหลัง ต้องติดตามให้แบบส่งมอบแสดงข้อมูลนั้นด้วย


Redline, As-built และ Record Drawing


Redline ใช้บันทึกการเปลี่ยนแปลงลงบนแบบ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่าง As-built กับ Record Drawing ต้องดูนิยามในเอกสารโครงการ ตัวอย่างเช่น UFGS 01 78 00 แยก As-built เป็นแบบที่ผู้รับเหมาบันทึกสภาพจริงระหว่างก่อสร้าง และ Record Drawings เป็นชุดรวบรวมข้อมูลขั้นสุดท้ายจากแบบดังกล่าว ขณะที่ AIA ใช้คำว่า As-builts กับ As-constructed Record Drawings อ้างอิง UFGS 01 78 00


ทั้งสองแหล่งเป็นเอกสารอ้างอิงจากสหรัฐฯ ไม่ใช่ข้อบังคับที่ใช้กับทุกโครงการไทย เจ้าของควรให้ทีมระบุให้ตรงกันตั้งแต่ต้นว่าเอกสารแต่ละชื่อหมายถึงอะไร ใครจัดทำ และส่งมอบในสถานะใด


การใช้คำนิยามที่สื่อความหมายเดียวกัน จะช่วยลดข้อผิดพลาดในการสื่อสารได้เป็นอย่างดี

แบบ As-built ควรมีข้อมูลอะไรบ้าง?


รายการแบบต้องสัมพันธ์กับงานที่ก่อสร้างและขอบเขตส่งมอบที่ตกลงกัน เราแนะนำให้เจ้าของตรวจข้อมูลเป็นสามกลุ่ม เพื่อให้ทีมรวบรวมและตรวจทานได้เป็นระบบ


งานสถาปัตยกรรมและโครงสร้าง


ควรตรวจว่ารายละเอียดที่เปลี่ยนไปได้รับการปรับในแบบส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น ผังพื้นที่ ช่องเปิด ขนาด ระดับ และตำแหน่งขององค์ประกอบอาคาร โดยเปรียบเทียบกับหลักฐานที่ทีมมีและเอกสารเปลี่ยนแปลงของโครงการ


สำหรับอพาร์ทเมนต์ที่มีห้องรูปแบบซ้ำกัน ควรระบุห้องหรือชั้นที่มีรายละเอียดต่างจากแบบมาตรฐาน ส่วนสำนักงานควรตรวจขอบเขตระหว่างงานอาคารหลักกับงานตกแต่งเพิ่มเติมให้ชัด เพื่อให้ผู้ใช้แบบทราบว่าเอกสารครอบคลุมพื้นที่ใด


งานระบบประกอบอาคาร


เจ้าของควรขอให้ทีมอธิบายว่าแบบช่วยค้นหาและดูแลระบบที่ติดตั้งได้อย่างไร โดยพิจารณาข้อมูลที่จำเป็นตามระบบของโครงการ เช่น


  • แนวท่อและสาย: เส้นทาง ขนาด และจุดเชื่อมต่อที่เกี่ยวข้อง

  • ตำแหน่งอุปกรณ์: จุดติดตั้งวาล์ว ตู้ไฟ ปั๊ม หรืออุปกรณ์ที่ต้องเข้าถึง

  • รหัสอ้างอิง: ชื่อหรือรหัสอุปกรณ์ที่เชื่อมกับรายการอุปกรณ์และคู่มือ

  • ข้อมูลตำแหน่ง: ระยะหรือระดับอ้างอิงที่ช่วยให้ค้นหาจุดนั้นได้


UFGS ยกตัวอย่างข้อมูลก่อสร้างจริง เช่น แนวสาธารณูปโภค ตำแหน่งวาล์ว ผังวงจรไฟฟ้าและท่อ รวมถึงตำแหน่งอุปกรณ์ที่เปลี่ยนไป รายการตรวจของโครงการจริงควรเลือกให้ตรงกับงานและข้อกำหนดที่ใช้ อ้างอิง UFGS หัวข้อ As-Built Drawings Content


ข้อมูลควบคุมเอกสารและเอกสารประกอบ


เราแนะนำให้ตรวจเลขที่แบบ ชื่อแบบ วันที่ ฉบับแก้ไข ผู้จัดทำ และสถานะตรวจทานตามระบบเอกสารของโครงการ พร้อมมีสารบัญให้ค้นหาไฟล์ได้โดยไม่ต้องเปิดทีละแผ่น


As-built, คู่มือ O&M, ผลทดสอบ และเอกสารรับประกันมีหน้าที่ต่างกัน แบบช่วยระบุตำแหน่งและความสัมพันธ์ของงาน คู่มืออธิบายการใช้งานและบำรุงรักษา ผลทดสอบบันทึกสิ่งที่ตรวจยืนยัน ส่วนเอกสารรับประกันระบุเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง เจ้าของควรขอให้ทีมเชื่อมข้อมูลเหล่านี้ผ่านรหัสหรือรายการอ้างอิงเดียวกัน


ใครจัดทำ As-built และควรเริ่มเก็บข้อมูลเมื่อไร?


หน้าที่จัดทำ รวบรวม ตรวจทาน และรับมอบ As-built ต้องกำหนดตามสัญญาและขอบเขตงาน ไม่ควรสรุปจากชื่อตำแหน่งเพียงอย่างเดียว สำหรับการวางระบบงาน เจ้าของสามารถใช้ตารางต่อไปนี้กำหนดผู้รับผิดชอบกับทีมโครงการ


หน้าที่

เรื่องที่ต้องตกลง

บันทึกข้อมูลหน้างาน

ใครเก็บรายละเอียดตำแหน่ง ระดับ และสิ่งที่เปลี่ยนไปในแต่ละหมวดงาน

รวบรวมและปรับแบบ

ใครนำข้อมูลจากแต่ละฝ่ายมาจัดทำเป็นชุดเอกสารที่สอดคล้องกัน

ตรวจทาน

ใครตรวจอะไร ใช้หลักฐานใด และครอบคลุมพื้นที่หรือระบบใด

ประสานแก้ไข

ใครติดตามข้อสังเกตและตรวจว่าฉบับแก้ไขปิดประเด็นแล้ว

รับมอบและจัดเก็บ

ใครรับไฟล์ ตรวจรายการ และส่งต่อให้ทีมบริหารอาคาร


ควรเริ่มเก็บข้อมูลระหว่างก่อสร้าง โดยเฉพาะงานที่จะถูกปิดทับ เช่น ท่อในผนังหรือใต้พื้น เราแนะนำให้กำหนดจุดเก็บหลักฐานร่วมกับ กระบวนการ QC งานก่อสร้าง เพื่อให้ทีมตรวจงานและทีมจัดทำแบบใช้ข้อมูลอ้างอิงที่เชื่อมกัน


ลำดับการทำงานที่เจ้าของสามารถใช้คุยกับทีมได้คือ


  1. กำหนดรายการส่งมอบ: ระบุหมวดแบบ รูปแบบไฟล์ ผู้รับผิดชอบ และรอบตรวจทาน

  2. เก็บข้อมูลเมื่อทำงาน: บันทึกตำแหน่ง รายละเอียด และหลักฐานก่อนปิดทับในจุดที่จำเป็น

  3. ติดตามการเปลี่ยนแปลง: เชื่อมข้อมูลหน้างานกับแบบแก้ไขและคำสั่งที่เกี่ยวข้อง

  4. ปรับและตรวจทานแบบ: ตรวจทั้งรายละเอียดในแต่ละแผ่นและความสอดคล้องข้ามหมวดงาน

  5. ส่งมอบและปิดประเด็น: ตรวจไฟล์ รายการเอกสาร และข้อสังเกต ก่อนส่งต่อให้ผู้ดูแลอาคาร


ความถี่ตรวจและกำหนดส่งควรสอดคล้องกับแผนงานและสัญญา การรอรวบรวมทุกอย่างช่วงท้ายทำให้เจ้าของมีโอกาสตรวจและติดตามแก้ไขน้อยลง


Checklist ตรวจ As-built ก่อนรับมอบอาคาร


ก่อนลงนามรับมอบ เจ้าของควรขอให้ทีมแสดงทั้ง รายการเอกสารที่ส่งและผลการตรวจทาน ตารางนี้เป็นแนวทางตั้งต้นสำหรับประชุมและติดตามงาน โดยต้องปรับให้ตรงกับขอบเขตสัญญาและรายละเอียดโครงการ


รายการตรวจ

หลักฐานหรือคำถามที่ควรขอ

ผู้รับผิดชอบที่ต้องระบุ

สถานะที่ควรบันทึก

ครบตามขอบเขตส่งมอบ

สารบัญแบบเทียบกับรายการที่ตกลง

ผู้รวบรวมแต่ละหมวด

ครบ / ขาดรายการ

ใช้ฉบับที่ถูกต้อง

เลขที่แบบ วันที่ และประวัติแก้ไข

ผู้ควบคุมเอกสาร

ตรวจแล้ว / ต้องแก้

สอดคล้องกับงานจริง

หลักฐานหน้างานและบันทึกตรวจเทียบตามขอบเขต

ผู้บันทึกและผู้ตรวจทาน

ยืนยันแล้ว / ข้อมูลไม่พอ

อัปเดตการเปลี่ยนแปลง

รายการเปลี่ยนแปลงเทียบกับแบบส่งมอบ

ผู้ปรับแบบ

ปรับแล้ว / ยังตกหล่น

ข้อมูลข้ามหมวดตรงกัน

ผัง รายละเอียด และแบบระบบที่เกี่ยวข้อง

ผู้ประสานแบบ

สอดคล้อง / พบข้อขัดแย้ง

รหัสอุปกรณ์เชื่อมกัน

แบบ รายการอุปกรณ์ คู่มือ และผลทดสอบ

ทีมงานระบบ

ตรงกัน / ต้องตรวจเพิ่ม

ไฟล์พร้อมใช้งาน

เปิดไฟล์ อ่านรายละเอียด และเข้าถึงไฟล์ประกอบได้

ผู้จัดส่งและผู้รับไฟล์

ใช้งานได้ / มีปัญหา

ข้อสังเกตได้รับการแก้ไข

รายการค้าง ผู้รับผิดชอบ กำหนดแก้ และฉบับที่ส่งใหม่

ผู้ติดตามปิดประเด็น

เปิด / รอตรวจ / ปิดแล้ว


หากทีมเสนอว่าส่งครบแล้ว เจ้าของควรถามต่อว่า “ครบตามรายการ” และ “ตรวจความถูกต้องแล้ว” ครอบคลุมอะไรบ้าง จุดใดตรวจได้จากสภาพหน้างาน จุดใดใช้ภาพหรือบันทึกระหว่างงาน และจุดใดยังมีข้อจำกัด


การตรวจแบบควรทำร่วมกับการตรวจงานและเอกสารส่วนอื่น สามารถอ่านแนวทาง ตรวจรับงานก่อสร้าง งวดสุดท้าย เพื่อวางภาพรวมการส่งมอบได้ ส่วนผลการรับรองหรือการอนุญาตที่เกี่ยวข้องต้องตรวจแยกตามข้อกำหนดของโครงการ


เจ้าของอาคารนำ As-built ไปใช้อะไรต่อได้บ้าง?


เจ้าของสามารถใช้ As-built เป็นข้อมูลตั้งต้นสำหรับวางแผนดูแลและปรับปรุงอาคาร โดยต้องพิจารณาว่าแบบครอบคลุมงานใด ผ่านการตรวจอย่างไร และอาคารมีการเปลี่ยนแปลงหลังส่งมอบหรือไม่


ตัวอย่าง: อพาร์ทเมนต์ที่ต้องซ่อมระบบน้ำในห้องพัก

ทีมอาคารอาจใช้แบบค้นหาแนวท่อและจุดวาล์วที่เกี่ยวข้อง แล้วตรวจยืนยันกับพื้นที่จริงก่อนดำเนินงาน หากแบบแยกรายละเอียดของแต่ละชั้นไว้ชัด ทีมจะมีข้อมูลประกอบการประเมินขอบเขตงานและการประสานกับผู้พักอาศัย


ตัวอย่าง: สำนักงานที่ต้องปรับผังพื้นที่เช่า 

ทีมออกแบบสามารถเริ่มตรวจข้อมูลตำแหน่งอุปกรณ์และแนวระบบจากแบบส่งมอบ จากนั้นสำรวจสภาพปัจจุบันและประเมินผลต่อระบบที่เกี่ยวข้องก่อนออกแบบปรับปรุง ตัวอย่างทั้งสองเป็นสถานการณ์อธิบายการใช้งาน ไม่ใช่กรณีศึกษาผลงานจริงของบริษัท


เราแนะนำให้เจ้าของกำหนดผู้ดูแลชุดเอกสาร และบันทึกการเปลี่ยนแปลงหลังเปิดใช้งานด้วย เพื่อให้ทีมทราบว่าไฟล์ใดเป็นข้อมูลตั้งต้น และรายละเอียดใดได้รับการปรับในภายหลัง

STABLE INTER ช่วยตรวจสอบและประสานเอกสารส่งมอบอย่างไร?


STABLE INTER เป็นที่ปรึกษาด้านการบริหาร ตรวจสอบ และควบคุมงานก่อสร้างที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนเจ้าของโครงการ เราช่วยให้เจ้าของเห็นสถานะงาน เอกสาร และประเด็นที่ต้องตัดสินใจในภาพเดียวกัน ตั้งแต่ระหว่างก่อสร้างจนถึงส่งมอบ


สำหรับงาน As-built การมี บริษัทที่ปรึกษาก่อสร้าง ช่วยประสานการติดตามเอกสาร ทำให้เจ้าของสอบถามได้ชัดขึ้นว่ารายการใดส่งแล้ว รายการใดอยู่ระหว่างตรวจ และข้อสังเกตใดกำลังรอการแก้ไข ขอบเขตการตรวจและความรับผิดชอบต้องระบุให้ตรงกับบริการที่ตกลง


บริการ บริหารและควบคุมงานก่อสร้าง ของเราครอบคลุมการติดตามหน้างานและการตรวจรับส่งมอบโครงการ เจ้าของสามารถนำรายการแบบและสถานะเอกสารที่มีอยู่มาหารือ เพื่อกำหนดประเด็นตรวจทานและลำดับการประสานงานให้เหมาะกับโครงการ


คำถามที่พบบ่อย


รายการเอกสารที่ต้องจัดทำและส่งมอบควรตรวจจากสัญญา ขอบเขตงาน และข้อกำหนดที่ใช้กับโครงการนั้น สำหรับเจ้าของอาคาร เราแนะนำให้กำหนดข้อมูลก่อสร้างจริงที่จำเป็นต่อการดูแลอาคารไว้ตั้งแต่เริ่มงาน หากต้องการทราบว่ามีกฎหมายหรือเงื่อนไขอนุญาตกำหนดเอกสารใดเพิ่มเติม ต้องตรวจตามประเภทและรายละเอียดของโครงการ

ต้องตรวจหน้าที่และสถานะการลงนามจากสัญญา ข้อกำหนดโครงการ และข้อกำหนดวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ควรระบุให้ชัดว่าบุคคลนั้นลงนามในฐานะผู้จัดทำ ผู้ตรวจทาน หรือผู้รับรองเรื่องใด เพราะขอบเขตของแต่ละบทบาทอาจต่างกัน การมีลายเซ็นจึงควรอ่านร่วมกับข้อความกำกับและขอบเขตที่ตรวจ

รูปแบบไฟล์ต้องเป็นไปตามข้อตกลงส่งมอบ PDF ช่วยเปิดอ่านและอ้างอิง ส่วนไฟล์ CAD หรือ BIM อาจจำเป็นต่อการนำข้อมูลไปแก้ไขหรือใช้งานต่อ เจ้าของควรตกลงเรื่องรุ่นไฟล์ ไฟล์ประกอบ สิทธิ์ใช้งาน และผู้รับไฟล์ให้ชัด พร้อมทดลองเปิดและตรวจความครบถ้วนก่อนรับมอบ

เริ่มจากรวบรวมแบบเดิม เอกสารปรับปรุง และข้อมูลที่ทีมอาคารมี แล้วให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินขอบเขตสำรวจสภาพปัจจุบัน ข้อมูลที่ยืนยันได้ควรแยกจากส่วนที่ยังต้องตรวจเพิ่มเติม โดยเฉพาะงานที่ถูกปิดทับ ไม่ควรนำแบบออกแบบเดิมมาเปลี่ยนชื่อเป็น As-built โดยไม่มีการตรวจยืนยันข้อมูล

As-built ใช้บันทึกข้อมูลก่อสร้างจริง การมีแบบชุดนี้เพียงอย่างเดียวไม่ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงได้รับอนุญาตหรืออาคารผ่านการประเมินความปลอดภัยแล้ว เจ้าของต้องตรวจแบบอนุญาต เอกสารเปลี่ยนแปลง ผลตรวจ และการรับรองที่เกี่ยวข้องตามขอบเขตของโครงการ โดยให้ผู้รับผิดชอบตรวจประเด็นที่ต้องยืนยันแยกกัน


สนใจบริการที่ปรึกษาและควบคุมงานก่อสร้างติดต่อ


อักษรเพชร สุขสิริถาวรกุล (Co-Founder and Executive Committee)



แหล่งอ้างอิงข้อมูล



เอกสาร AIA และ UFGS ใช้อ้างอิงคำศัพท์และแนวทางจัดการข้อมูลจากสหรัฐฯ รายการส่งมอบ หน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง และข้อกำหนดของโครงการในไทยต้องตรวจจากสัญญาและข้อกำหนดที่ใช้จริง ส่วน Checklist และตัวอย่างในบทความเป็นแนวทางประกอบการวางระบบตรวจทานของเจ้าของโครงการ

bottom of page