top of page

ประเภท Defect ในงานก่อสร้างและวิธีรับมือเบื้องต้นสำหรับเจ้าของโครงการ

  • รูปภาพนักเขียน: Stable Inter Consultant
    Stable Inter Consultant
  • 5 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที

Defect ในการก่อสร้าง คืออะไร?


Defect ในการก่อสร้าง คือ ข้อบกพร่อง ความไม่สมบูรณ์ หรือความเสียหายของงานก่อสร้าง ที่ส่งผลให้ผลงานไม่ตรงตามแบบแปลน ไม่เป็นไปตามสเปกวัสดุที่ระบุไว้ในสัญญา หรือไม่ได้มาตรฐานทางวิศวกรรม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสวยงาม ความปลอดภัย และอายุการใช้งานของอาคารในระยะยาว


ในประสบการณ์กว่า 10 ปีของทีมวิศวกรที่ปรึกษา STABLE INTER ที่เราได้เข้าไปควบคุมงานก่อสร้าง ให้กับเจ้าของโครงการหลายสิบราย เป้าหมายอันดับแรกที่เราให้ความสำคัญที่สุดคือการค้นหาและป้องกัน Defect ไม่ให้หลุดรอดสายตาไปจนถึงวันส่งมอบงาน เพราะทุกครั้งที่เราพบ Defect หลังจากสร้างเสร็จแล้ว ต้นทุนในการแก้ไขมักสูงกว่าการป้องกันตั้งแต่แรกถึง 5–10 เท่าเสมอ


ประเภทของ Defect งานก่อสร้าง ที่พบบ่อยที่สุด


จากการที่ทีมงานของเราได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการประเภทต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง เราพบว่า Defect งานก่อสร้างสามารถจัดกลุ่มได้เป็น 3 หมวดหมู่หลัก ซึ่งแต่ละกลุ่มมีระดับความรุนแรงและผลกระทบที่แตกต่างกันชัดเจน


  • งานโครงสร้าง: เป็นข้อบกพร่องที่อันตรายที่สุดและแก้ไขยากที่สุด ได้แก่ รอยร้าวลึกบนเสาหรือคานที่รับน้ำหนักหลัก, การทรุดตัวของฐานรากที่ไม่เท่ากัน (Uneven Settlement) จนส่งผลให้โครงสร้างส่วนบนบิดเบี้ยว, การใช้เหล็กเสริมขนาดหรือเกรดที่ไม่ตรงตามแบบ หรือระยะห่างของเหล็กปลอก (Stirrup Spacing) ที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงคุณภาพคอนกรีตที่ค่า Slump ไม่ได้มาตรฐาน

  • งานสถาปัตยกรรม: เป็นปัญหาที่มองเห็นได้ชัดเจนและกระทบต่อความสวยงามและความสามารถในการกันน้ำของอาคาร ได้แก่ กระเบื้องโปร่งหรือหลุดร่อน, สีบวมพองเนื่องจากความชื้น, รอยร้าวลายงาบนผนังฉาบ, น้ำรั่วซึมผ่านขอบหน้าต่างหรือรอยต่อ Curtain Wall, งานกระจกซีลไม่สนิท, หรือพื้นคอนกรีตไม่ได้ระดับ (Floor Flatness ไม่ผ่าน F-number)

  • งานระบบ MEP: ข้อบกพร่องในระบบประกอบอาคาร (Mechanical, Electrical, Plumbing) ได้แก่ ท่อน้ำประปารั่วซึม, ระบบไฟฟ้าไม่ได้สายดินที่ถูกต้อง, ระบบระบายอากาศทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ, ความลาดเอียงของท่อน้ำทิ้งไม่ได้ระดับจนน้ำขังในท่อ, หรือระบบดับเพลิงที่ทดสอบแรงดันแล้วพบว่ารั่ว


สาเหตุของ Defect ในการก่อสร้าง เกิดจากอะไรบ้าง?


จากประสบการณ์ที่เราสะสมมา สาเหตุของ defect ในการก่อสร้าง ส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องของ "โชคร้าย" แต่เป็นผลจากความหละหลวมในเชิงระบบที่ป้องกันได้ทั้งสิ้น โดยสาเหตุหลักที่เราพบซ้ำๆ มีดังนี้


  • การลดสเปกวัสดุของผู้รับเหมาโดยไม่แจ้งเจ้าของโครงการ: เช่น ใช้ปูนซีเมนต์เกรดต่ำกว่าที่ระบุใน BOQ หรือเปลี่ยนขนาดเหล็กโดยพลการ นี่คือสาเหตุที่เราต้องตรวจสอบใบส่งวัสดุ (Delivery Order) ทุกรายการก่อนนำเข้าหน่วยงาน

  • ฝีมือแรงงานและช่างเฉพาะทางไม่ได้มาตรฐาน: ช่างขาดความชำนาญในงานเฉพาะ เช่น งานเชื่อมโครงเหล็ก หรืองานกันซึมหลังคา ที่ต้องการ Certified Applicator

  • ความผิดพลาดในแบบก่อสร้างที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข: แบบแปลนมีข้อขัดแย้งระหว่างแบบสถาปัตย์และแบบโครงสร้าง (Drawing Conflict) และผู้รับเหมาเลือกทำตามแบบที่ "ง่ายกว่า" โดยไม่ Clarify กับวิศวกร

  • การเร่งรัดงานจนข้ามขั้นตอนสำคัญ: เช่น ไม่รอให้คอนกรีตมีกำลังอัดครบตามอายุที่กำหนด (Curing Time) ก่อนถอดแบบ หรือทาสีบนผิวงานที่ยังมีความชื้นสูงเกินไป

  • ขาดการ QC อย่างสม่ำเสมอ: ไม่มีวิศวกรตรวจรับงานย่อย (Intermediate Inspection) ในแต่ละขั้นตอน ปล่อยให้ผู้รับเหมาทำงานโดยไม่มีการตรวจสอบ


วิธีแก้ไขและป้องกัน Defect ในการก่อสร้าง ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ


สิ่งที่เราเน้นย้ำกับเจ้าของโครงการทุกรายที่มาปรึกษาคือ "การป้องกัน Defect" นั้นคุ้มค่ากว่า "การแก้ไข Defect" เสมอ และวิธีที่ดีที่สุดคือการนำกระบวนการ QC งานก่อสร้าง มาใช้อย่างเป็นระบบตั้งแต่วันแรก โดยมีขั้นตอนที่เราปฏิบัติจริงดังนี้


  1. ทำ Shop Drawing Review ให้ละเอียดก่อนเริ่มงาน: เราจะตรวจสอบและ Approve แบบหน้างาน (Shop Drawing) ทุกชุดก่อนที่ผู้รับเหมาจะลงมือสร้าง เพื่อปิดช่องโหว่ที่อาจก่อให้เกิด Defect ตั้งแต่ต้น

  2. อนุมัติวัสดุทุกชิ้นก่อนเข้าหน้างาน (Material Approval & Inspection): ทีมงานของเราจะตรวจสอบใบรับรองคุณภาพ (Material Test Report / Manufacturer Certificate) ของวัสดุทุกประเภทก่อนอนุญาตให้นำเข้าโครงการ

  3. ตั้งจุด Hold Point และ Witness Point ในแต่ละขั้นตอน: เราจะกำหนดจุดที่ต้องหยุดรอการตรวจสอบก่อน (Hold Point) เช่น ก่อนเทคอนกรีต ก่อนปิดงานฝ้า หรือก่อนฉาบผนัง เพื่อให้มั่นใจว่างานแต่ละส่วนได้มาตรฐานก่อนดำเนินการต่อ

  4. ทำ Defect Report อย่างเป็นระบบ: ทุก Defect ที่พบจะถูกบันทึกเป็นเอกสาร (Defect Notice / NCR - Non-Conformance Report) พร้อมกำหนด Deadline ให้ผู้รับเหมาแก้ไข และทีมของเราจะตรวจซ้ำเพื่อยืนยันผลการแก้ไข


ความแตกต่างระหว่าง Defect ในงานก่อสร้างโรงงาน VS อาคารสูง


ทั้งสองประเภทมีความสำคัญเท่ากัน แต่ ผลกระทบทางธุรกิจ ต่างกันโดยสิ้นเชิง ตารางด้านล่างสรุปความแตกต่างที่เราพบจากการลงพื้นที่จริง


หัวข้อเปรียบเทียบ

Defect โรงงาน / คลังสินค้า

Defect อาคารสูง / คอนโดมิเนียม

ผลกระทบหลัก

สายการผลิตหยุด (Downtime), สินค้าเสียหาย

ผู้อยู่อาศัยร้องเรียน, ชื่อเสียงแบรนด์เสียหาย

Defect ที่อันตรายที่สุด

พื้นโรงงานแตกร้าว รับน้ำหนักเครื่องจักรไม่ได้, ระบบไฟฟ้าลัดวงจร

โครงสร้างรับแรงลมไม่พอ, ระบบปั๊มน้ำ-ลิฟต์ขัดข้อง

ต้นทุนความเสียหายต่อวัน

สูงมาก (หยุดผลิต = สูญรายได้โดยตรง)

ปานกลาง–สูง (ค่าซ่อมแซม + ชดเชยผู้อยู่อาศัย)

ความยากในการซ่อมแซม

ต้องหยุดเดินเครื่องจักรและอาจต้องรื้อโครงสร้าง

ต้องใช้ Scaffolding / Gondola สูงต้นทุนมาก

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

พ.ร.บ. โรงงาน, ใบอนุญาต รง.4

พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร, ผู้ตรวจสอบอาคาร

มาตรฐานที่ใช้

NFPA 13, IEC, มอก. ระบบไฟฟ้า

EN 81 (ลิฟต์), NFPA 13 (ดับเพลิง), วสท.

ระยะเวลารับประกัน

โครงสร้าง 5 ปี / งานระบบ 1 ปี (ป.พ.พ.)

โครงสร้าง 5 ปี / งานระบบ 2 ปี (อ.ช.22)

อ่านเนื้อหาเจาะลึกเพิ่มเติมในบทความเฉพาะทางของเรา


คุมงบก่อสร้าง ส่งมอบตรงเวลา ด้วยการบริหารงานก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่อย่างมืออาชีพ

ปัญหา Defect ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคร้าย แต่เกิดขึ้นเพราะ "ขาดระบบการควบคุมและตรวจสอบ" ที่ครอบคลุมตั้งแต่แรก

พวกเรา STABLE INTER บริษัทที่ปรึกษาก่อสร้าง พร้อมทำหน้าที่เป็นตัวแทนของคุณในการบริหารและควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของคุณในทุกขั้นตอน ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันส่งมอบงาน


สนใจบริการที่ปรึกษาและควบคุมงานก่อสร้างติดต่อ


อักษรเพชร สุขสิริถาวรกุล (Co Founders and Executive Committee)

bottom of page