5 เกณฑ์คัดเลือกผู้รับเหมา สำหรับเจ้าของโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่
- Stable Inter Consultant

- 11 มิ.ย.
- ยาว 2 นาที
การคัดเลือกผู้รับเหมาในโครงการขนาดใหญ่ เช่น คอนโดมิเนียม อาคารสูง หรือโรงงานอุตสาหกรรม ต้องพิจารณาจาก 5 หลักเกณฑ์สำคัญ ได้แก่
ความมั่นคงทางการเงิน
ผลงานในอดีต
ขีดความสามารถของวิศวกร
มาตรฐานความปลอดภัยหน้างาน
ความโปร่งใสในการตรวจสอบราคา
เจ้าของโครงการส่วนใหญ่มักประสบปัญหาโครงการล่าช้า งบประมาณบานปลาย หรือคุณภาพงานก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการเลือกผู้รับเหมาโดยพิจารณาเพียงแค่ "ราคาที่ต่ำที่สุด" โดยขาดการตรวจสอบขีดความสามารถที่แท้จริง ดังนั้น การคัดกรองอย่างเข้มงวดจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดของโครงการ
ทำไมขั้นตอนการคัดเลือกผู้รับเหมาสำหรับโครงการขนาดใหญ่จึงต่างจากงานก่อสร้างทั่วไป?
การคัดเลือกผู้รับเหมาสำหรับโครงการขนาดใหญ่ต่างจากงานทั่วไป เนื่องจากขนาดโครงสร้างวิศวกรรมที่ซับซ้อน มูลค่าการลงทุนที่สูงมาก และจำนวนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ทำให้ความเสียหายจากการทำงานผิดพลาดหรือความล่าช้าเพียงจุดเดียว ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อธุรกิจอย่างรุนแรง
การบริหารโครงการขนาดใหญ่ต้องการทีมงานที่มีศักยภาพเฉพาะทาง ซึ่งจำเป็นต้องผ่านการคัดกรองโดยผู้เชี่ยวชาญอย่าง บริษัทที่ปรึกษาก่อสร้าง เพื่อให้มั่นใจว่าระบบการจัดการ คุณภาพ และเวลาจะดำเนินไปตามเป้าหมายของโครงการ
การก่อสร้างโครงการขนาดเล็ก แตกต่างจากโครงการขนาดใหญ่อย่างไร
ปัจจัยที่พิจารณา | โครงการก่อสร้างทั่วไป (เช่น บ้านเดี่ยว) | โครงการขนาดใหญ่ (เช่น โรงงาน อาคารสูง) |
มูลค่าและความเสี่ยง | มูลค่าต่ำ ความเสี่ยงเฉพาะจุด กระทบรายบุคคล | มูลค่าสูง ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง กระทบธุรกิจและภาพรวม |
ความซับซ้อนทางวิศวกรรม | ใช้มาตรฐานโครงสร้างทั่วไปเป็นหลัก | ต้องใช้ระบบเฉพาะทาง เช่น งานระบบประกอบอาคาร (MEP) |
ขีดความสามารถของผู้รับเหมา | เน้นฝีมือแรงงานและช่างในพื้นที่ | เน้นระบบควบคุมคุณภาพ (QC) และการจัดการเงินหมุนเวียน |
ระบบเอกสารและกฎหมาย | ขออนุญาตก่อสร้างตามขั้นตอนปกติ | ต้องผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยวิศวกรรมควบคุมระดับสูง |
ขั้นตอนการคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้าง สำหรับโครงการขนาดใหญ่มีอะไรบ้าง
ขั้นตอนการคัดเลือกผู้รับเหมาสำหรับโรงงานและอาคารสูงที่มีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย 5 ขั้นตอนหลัก ตั้งแต่การจัดเตรียมรายละเอียดคุณสมบัติ การออกประกวดราคา การตรวจสอบคุณสมบัติขั้นต้น การเปิดซองราคาและ BOQ ไปจนถึงการเจรจาต่อรองสัญญาขั้นสุดท้าย
การดำเนินงานในแต่ละเฟสจะถูกควบคุมโดยทีมบริหารงานเพื่อปกป้องงบประมาณและเวลาของโครงการ ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1: การจัดทำเอกสารประกวดราคา (TOR / RFQ): จัดทำข้อกำหนดทางเทคนิค ขอบเขตงาน และรายละเอียดวัสดุ (Specification) ให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้สมัครเสนอราคาบนฐานข้อมูลเดียวกัน
ขั้นตอนที่ 2: การตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น (Pre-Qualification): คัดกรองผู้รับเหมาที่มีคุณสมบัติขั้นต่ำตรงตามเกณฑ์ เช่น ทุนจดทะเบียน ประสบการณ์ และจำนวนบุคลากร
ขั้นตอนที่ 3: การเปรียบเทียบซองข้อเสนอทางเทคนิคและราคา: ตรวจวิเคราะห์ข้อเสนอแยกกัน โดยไม่นำเกณฑ์ราคาต่ำสุดมาตัดสินในทันที แต่ตรวจสอบแผนงานและวัสดุควบคู่กัน
ขั้นตอนที่ 4: การสัมภาษณ์และเจรจาต่อรอง (Clarification Meeting): เชิญผู้รับเหมาเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงจุดที่น่าสงสัยในรายละเอียด BOQ ปรับปรุงราคา และประเมินความเข้าใจที่มีต่อแบบก่อสร้าง
ขั้นตอนที่ 5: การลงนามสัญญาและจัดแบ่งงวดงาน: จัดทำสัญญาจ้างที่รัดกุม โดยมีการแบ่งงวดงานและเงื่อนไขการจ่ายเงินที่สอดคล้องกับความคืบหน้าของงานจริงหน้างาน
หลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้รับเหมางานก่อสร้าง โครงการขนาดใหญ่ อาคาร โรงงาน มีอะไรบ้าง?
เกณฑ์ประเมินในการคัดเลือกผู้รับเหมาสำหรับโครงการขนาดใหญ่ประกอบด้วย 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ ฐานะทางการเงิน ประสบการณ์บุคลากร มาตรฐานความปลอดภัยหน้างาน ระบบควบคุมคุณภาพวิศวกรรม และความโปร่งใสของราคา
เจ้าของโครงการควรประเมินตามหลักเกณฑ์ต่อไปนี้อย่างเคร่งครัดก่อนตัดสินใจลงนามจ้าง:
ความมั่นคงทางการเงินและผลงานในอดีต (Financial Stability & Track Record)
การคัดเลือกผู้รับเหมาต้องเริ่มจากการตรวจสอบสภาพคล่องทางการเงิน ทุนจดทะเบียนที่ชำระเต็มจำนวน และประวัติการทำงานย้อนหลัง 5-10 ปี เพื่อประเมินความสามารถในการจ่ายเงินค่าวัสดุและค่าแรงในกรณีที่เกิดปัญหาหน้างาน หรือกระแสเงินสดหมุนเวียนติดขัดชั่วคราว
ขีดความสามารถของบุคลากรและทีมวิศวกร (Personnel & Engineering Capability)
ผู้รับเหมาต้องเสนอโครงสร้างองค์กรโครงการ (Project Org Chart) ที่มีวิศวกรและผู้ควบคุมงานที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (ก.ว.) ตรงตามประเภทและระดับงานที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งประเมินความชำนาญของทีมงานที่จะเข้าปฏิบัติหน้าที่จริงหน้างาน
มาตรฐานความปลอดภัยหน้างานและการประเมินความเสี่ยง (Construction Site Safety)
ผู้รับเหมาต้องจัดเตรียมแผนการจัดการความปลอดภัยและอาชีวอนามัยหน้างาน (Safety Plan) ที่ชัดเจน ครอบคลุมการป้องกันอัคคีภัย การทำงานในที่สูง มาตรการการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (PPE) และรายงานสถิติอุบัติเหตุย้อนหลังเพื่อยืนยันความปลอดภัยในอดีต
ระบบการควบคุมและตรวจสอบคุณภาพงานวิศวกรรม (Quality Control Systems)
ผู้รับเหมาต้องมีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพงาน (QC) อย่างเป็นระบบในทุกขั้นตอน โดยอ้างอิงวิธีการทำงาน (Method Statement) ตามหลักวิศวกรรมศาสตร์ มีการตรวจรับวัสดุเข้าหน้างาน และได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เช่น ISO 9001:2015 ในงานระบบและงานวิศวกรรมโยธา
ความโปร่งใสของราคาและการตรวจสอบ BOQ อย่างละเอียด (Price Transparency & BOQ Audit)
การวิเคราะห์ใบเสนอราคาจะต้องดำเนินการเปรียบเทียบในลักษณะบรรทัดต่อบรรทัด (Line-by-Line comparison) และผ่านกระบวนการ ตรวจสอบ BOQ อย่างละเอียดเพื่อมองหาข้อผิดพลาดทางตัวเลข การประเมินราคาที่ต่ำผิดปกติเพื่อจงใจเอาชนะประกวดราคา (Underpricing) หรือการคิดราคาวัสดุสูงเกินจริง
การพิจารณาคัดเลือกผู้รับเหมา สำหรับงานเอกชนและงานราชการมีความแตกต่างกันอย่างไร?
เกณฑ์คัดเลือกผู้รับเหมาในโครงการเอกชนแตกต่างกับงานราชการอย่างสิ้นเชิง โดยงานราชการจะผูกพันตามกฎระเบียบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เน้นความโปร่งใสและระบบราคาต่ำสุด ขณะที่งานเอกชนจะเน้นความยืดหยุ่น ความสัมพันธ์ และความคุ้มค่าสูงสุดทางวิศวกรรม
ในการคัดเลือกของแต่ละฝั่งสามารถระบุลักษณะเด่นและข้อจำกัดได้ดังนี้:
งานราชการ:
ดำเนินการภายใต้ พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และหลักเกณฑ์ของกรมบัญชีกลางเป็นหลัก
นิยมใช้วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-Bidding) ผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันที่เสรีและโปร่งใส
การตัดสินผลเน้นผู้เสนอราคาต่ำสุดที่ผ่านการตรวจคุณสมบัติทางเทคนิคครบถ้วน โดยไม่สามารถเจรจาต่อรองนอกกรอบระเบียบได้
สามารถสืบค้นข้อมูลโครงการผ่านช่องทางที่เป็นทางการของ ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-GP)
งานเอกชน:
มีอิสระและมีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับแต่งหลักเกณฑ์การพิจารณาให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของแต่ละโครงการ
เน้นการนำกระบวนการ Value Engineering มาช่วยพิจารณา เพื่อปรับลดค่าใช้จ่ายด้านราคาโดยไม่ทำลายมาตรฐานหรือระดับคุณภาพที่ตั้งไว้
การพิจารณาตัดสินใจเลือกใช้เกณฑ์ประเมินแบบให้คะแนนถ่วงน้ำหนัก (Weighting Score) ซึ่งพิจารณาจากราคา ความเร็ว คุณภาพ และขีดความสามารถควบคู่กัน พร้อมสามารถทำข้อตกลงต่อรองพิเศษได้ตามตกลง
ทำไมการมี 'บริษัทที่ปรึกษาก่อสร้าง' หรือ 'บริษัทควบคุมงานก่อสร้าง' เข้ามาร่วมคัดกรองจึงคุ้มค่ากว่า?

การมีบริษัทที่ปรึกษาเข้ามาช่วยบริหารจัดการขั้นตอนประกวดราคาจะช่วยเปลี่ยนสถานะของเจ้าของโครงการจากการทำงานด้วยความกังวล มาเป็นการควบคุมและตรวจสอบได้ในภาพเดียวกัน โดยที่ปรึกษาจะทำหน้าที่แทนเจ้าของโครงการในการกลั่นกรองผู้รับเหมา ตรวจสอบราคา และคุมสัญญาก่อสร้างอย่างโปร่งใส
ทีมวิศวกรที่ปรึกษาจะช่วยปกป้องงบประมาณและเวลาของโครงการผ่านการปฏิบัติงานจริงในทุกขั้นตอน ดังนี้
ตรวจสอบ BOQ และถอดปริมาณอย่างเป็นกลาง: เพื่อคัดกรองข้อมูลราคาเปรียบเทียบที่เที่ยงตรง ป้องกันปัญหาการเบิกงวดงานเกินความจริง (Over-billing) ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม
ประเมินศักยภาพเชิงลึก: คัดเลือกจากฐานข้อมูลประวัติการทำผลงาน ความชำนาญ และลักษณะนิสัยในการทำงานร่วมกันเพื่อความต่อเนื่องในการก่อสร้าง
ควบคุมสัญญาและการจ่ายงวดเงินอย่างเป็นธรรม: จัดตั้งวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเข้าควบคุมงานหน้างานเพื่อตรวจสอบปริมาณและคุณภาพผลงานตามสัญญาจริง ก่อนอนุมัติการจ่ายเงินงวด
เป็นกันชนและแก้ปัญหาเชิงเทคนิค: ช่วยลดการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าของโครงการและผู้รับเหมา โดยใช้ข้อมูลอ้างอิงตามหลักวิศวกรรมในการเจรจาเพื่อยุติข้อขัดแย้งเชิงราคาและแผนงาน
สำหรับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ การวางแผนและ ควบคุมงานก่อสร้าง ที่มีประสิทธิภาพโดยทีมงานมืออาชีพ จะช่วยให้การส่งมอบอาคารสูง คอนโดมิเนียม หรือคลังสินค้าโรงงานอุตสาหกรรม เป็นไปอย่างราบรื่น ถูกต้องตามแบบแปลน และอยู่ในระยะเวลาที่กำหนดอย่างมั่นใจ
สนใจบริการที่ปรึกษาและควบคุมงานก่อสร้างติดต่อ
อักษรเพชร สุขสิริถาวรกุล (Co Founders and Executive Committee)
โทร: 062-648-2222
ไลน์: @stableinter








