top of page

คู่มือควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างบ้านและโครงการแนวราบ ตั้งแต่เริ่มงานถึงตรวจรับ

  • รูปภาพนักเขียน: Stable Inter Consultant
    Stable Inter Consultant
  • 13 ส.ค.
  • ยาว 2 นาที

การควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างบ้านที่ใช้งานได้จริง ต้องกำหนดจุดตรวจก่อนงานถูกปิดทับ ตรวจเทียบกับเอกสารที่อนุมัติของโครงการ และเก็บหลักฐานให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ คู่มือนี้แบ่งเส้นทางตรวจเป็น 7 หมวด ได้แก่ เสาเข็มและฐานราก โครงสร้างคอนกรีต ผนัง ฉาบและฝ้า ระบบสุขาภิบาล ประตูหน้าต่างอลูมิเนียม งานปรับอากาศและสาย LAN และการตรวจสอบหรือทดสอบทางวิศวกรรม


ในมุมตัวแทนเจ้าของโครงการ เราไม่ได้มอง Checklist เป็นเพียงรายการติ๊กตอนส่งมอบ แต่ใช้เป็นแผนว่าต้องตรวจอะไร ใครเป็นผู้ตรวจ ตรวจเมื่อไร และอ้างอิงเอกสารฉบับใด แนวคิดนี้ช่วยให้เจ้าของโครงการเห็นภาพเดียวกับทีมออกแบบ ผู้รับเหมาและ บริษัทควบคุมงานก่อสร้าง โดยไม่ต้องลงไปตัดสินรายละเอียดทางวิศวกรรมด้วยตนเอง


เอกสารประกอบบทความ PDF ฉบับนี้คงเนื้อหาจากเอกสารอบรมต้นฉบับของ STABLE INTER ข้อมูลมาตรฐานและวิธีติดตั้งควรตรวจสอบกับเอกสารโครงการ คู่มือผู้ผลิตและแหล่งทางการฉบับปัจจุบันก่อนนำไปใช้จริง


การควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างบ้านต้องดูอะไรบ้าง?


การควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างบ้านต้องเชื่อม 4 ส่วนเข้าด้วยกัน คือ การจัดการโครงการ การก่อสร้างและตรวจสอบ การทดสอบและส่งมอบ และการประมวลผลหรือจัดเก็บข้อมูล ขณะเดียวกันทีมโครงการยังต้องมองคุณภาพร่วมกับงบประมาณ เวลาและความปลอดภัย ไม่ใช่แยกตรวจเฉพาะผิวงานเมื่อบ้านใกล้เสร็จ


ช่วงควบคุม

คำถามที่เจ้าของโครงการควรถาม

ตัวอย่างหลักฐาน

ก่อนเริ่มงาน

แบบ ขอบเขต ราคา แผนงานและผู้อนุมัติตรงกันหรือไม่

Approved Drawing, Specification, BOQ, TOR, สัญญาและแผนงาน

ก่อนเริ่มแต่ละหมวด

วัสดุ วิธีทำงานและจุดตรวจได้รับการอนุมัติหรือยัง

Material Approval, Shop Drawing, Method Statement และแบบฟอร์มตรวจ

ระหว่างก่อสร้าง

งานที่กำลังทำตรงกับเอกสารอนุมัติและสามารถบันทึกย้อนหลังได้หรือไม่

Inspection Record, ภาพถ่ายและบันทึกการแก้ไข

ก่อนปิดทับ

งานภายในผนัง ฝ้า พื้นหรือใต้ดินตรวจและทดสอบครบหรือยัง

รายงานตรวจ รายงานทดสอบและภาพก่อนปิดงาน

ก่อนส่งมอบ

งานใช้งานได้ เอกสารครบและรายการแก้ไขปิดแล้วหรือไม่

Test Report, As-built, คู่มือและรายการตรวจรับ


หากต้องการคำอธิบายเรื่องระบบ QC ทั้งโครงการโดยละเอียด สามารถอ่าน กระบวนการ QC งานก่อสร้าง เพิ่มเติมได้ ส่วนบทความนี้จะเน้นเส้นทางตรวจงานบ้านตามประเภทงาน เพื่อให้เลือกอ่านต่อได้ตรงกับช่วงที่กำลังก่อสร้าง


ก่อนเริ่มงานควรเตรียมแบบ BOQ สัญญาและแผนตรวจอย่างไร?


ก่อนเริ่มงานควรรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ในชุดเดียวกัน พร้อมระบุเลข Revision วันที่อนุมัติและผู้มีอำนาจอนุมัติให้ชัดเจน เพื่อให้ทุกฝ่ายใช้ข้อมูลชุดเดียวกันในการก่อสร้าง ตรวจงานและเบิกจ่าย

เจ้าของโครงการควรให้ทีมรับผิดชอบตรวจสอบอย่างน้อยดังนี้


  • แบบสถาปัตยกรรม แบบโครงสร้างและแบบงานระบบเป็น Revision ที่อนุมัติให้ก่อสร้างหรือไม่

  • Specification, BOQ และขอบเขตในสัญญาระบุวัสดุและผลงานสอดคล้องกับแบบหรือไม่

  • Shop Drawing, Material Approval และ Method Statement ของงานที่จะเริ่มได้รับอนุมัติแล้วหรือยัง

  • กำหนดจุดตรวจ จุดหยุดรออนุมัติและผู้รับผิดชอบในแต่ละช่วงงานไว้อย่างชัดเจนหรือไม่

  • แบบฟอร์มตรวจ วิธีจัดเก็บภาพถ่ายและรูปแบบรายงานสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้หรือไม่

  • หลักฐานประกอบการเบิกจ่ายเชื่อมโยงกับคุณภาพและปริมาณงานที่ตรวจแล้วหรือไม่


หากพบว่าเอกสารระบุข้อมูลไม่ตรงกัน ควรบันทึกประเด็นและขอคำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงาน ไม่ควรเลือกใช้เอกสารฉบับใดฉบับหนึ่งจากความเคยชิน


หากต้องการเข้าใจหน้าที่ของเอกสารปริมาณและราคา อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความ BOQ คืออะไร โดยในการตรวจคุณภาพควรใช้ BOQ เปรียบเทียบขอบเขตและวัสดุร่วมกับแบบ Specification และสัญญาฉบับอนุมัติ


ตรวจเสาเข็มและฐานรากบ้านในจุดใด?


งานเสาเข็มและฐานรากบ้านควรตรวจเป็นลำดับตั้งแต่ข้อมูลในแบบและผังตำแหน่ง สภาพเสาเข็มก่อนตอก บันทึกระหว่างตอก ตำแหน่งจริงหลังตอก ไปจนถึงความพร้อมของฐานรากก่อนเทคอนกรีต เพราะข้อมูลของงานใต้ดินหลายส่วนจะมองไม่เห็นเมื่อโครงสร้างชั้นถัดไปเริ่มขึ้นแล้ว


จุดที่เจ้าของโครงการควรติดตามคือ ทีมงานได้ตรวจชนิด ขนาด ตำแหน่งและสภาพของเสาเข็มเทียบกับเอกสารอนุมัติหรือไม่ ระหว่างทำงานมีบันทึกประจำต้นและเหตุผิดปกติหรือไม่ หลังตอกมีผลสำรวจตำแหน่งจริงหรือไม่ และก่อนเทฐานรากได้ตรวจหัวเข็ม เหล็ก แบบ ระดับและสภาพหลุมแล้วหรือยัง


ค่ารับน้ำหนัก เกณฑ์หยุดตอก ความคลาดเคลื่อนและวิธีแก้เสาเข็มผิดตำแหน่งไม่ควรใช้ค่าเดียวกับบ้านทุกโครงการ ต้องยึดข้อมูลดิน รายการคำนวณ แบบและคำสั่งของวิศวกรผู้รับผิดชอบ ดูรายละเอียดตามช่วงงานได้ใน Checklist ตรวจเสาเข็มและฐานรากบ้าน


ก่อนเทโครงสร้างคอนกรีตบ้านต้องตรวจอะไร?


ก่อนเทโครงสร้างคอนกรีตบ้านต้องตรวจแบบหล่อ เหล็กเสริม จุดต่อ ระดับ ช่องเปิดและงานระบบที่ฝังในโครงสร้างให้ครบ จากนั้นควบคุมระหว่างเท บันทึกคอนกรีตและดูแลหลังเทตามเอกสารของโครงการ การตรวจหลังคอนกรีตแข็งตัวไม่สามารถทดแทนจุดตรวจที่ถูกปิดอยู่ภายในได้ทั้งหมด


เจ้าของโครงการควรถามให้ได้ว่า แบบโครงสร้างที่ใช้เป็นฉบับใด เหล็กและแบบหล่อผ่านการตรวจหรือยัง Sleeve กับช่องเปิดประสานกับแบบงานระบบแล้วหรือไม่ และมีผู้อนุมัติก่อนเริ่มเทหรือยัง ระหว่างเทต้องมีบันทึกวัสดุ เวลา ตำแหน่งและเหตุผิดปกติ ส่วนหลังเทต้องติดตามการบ่ม การถอดแบบและสภาพผิวตาม Specification และ Method Statement


พื้น บันได ห้องน้ำและระเบียงควรถูกตรวจร่วมกับระดับและรายละเอียดของงานหมวดถัดไป ไม่ใช่มองเฉพาะว่าเทคอนกรีตเสร็จแล้วหรือยัง รายการตรวจแบบเต็มอยู่ใน Checklist ตรวจโครงสร้างคอนกรีตบ้าน


งานผนัง ฉาบและฝ้าบ้านมีจุดเสี่ยงใด?


งานผนัง ฉาบและฝ้าบ้านควรตรวจตั้งแต่วัสดุ แนวอ้างอิง เสาเอ็น ทับหลัง ช่องเปิดและรอยต่อกับโครงสร้าง ก่อนตรวจการเตรียมพื้นผิว งานฉาบ โครงฝ้าและช่อง Service หากรอตรวจเฉพาะสีหรือผิวสำเร็จ เจ้าของโครงการอาจไม่เห็นรายละเอียดที่ถูกฉาบหรือปิดฝ้าไปแล้ว


สำหรับผนังอิฐมวลเบา จุดสำคัญไม่ใช่แค่ความเรียบ แต่รวมถึงการใช้วัสดุและอุปกรณ์ให้ตรงกับระบบ รายละเอียดรอบประตูหน้าต่าง การเชื่อมต่อกับเสาหรือคาน และการประสานแนวท่อก่อนก่อหรือฉาบ ส่วนงานฝ้าควรตรวจโครงคร่าว จุดแขวน งานระบบเหนือฝ้าและตำแหน่งช่องเปิดสำหรับตรวจซ่อมก่อนปิดแผ่น


เมื่อพบรอยร้าว ไม่ควรรีบเลือกวิธีซ่อมจากลักษณะภายนอกเพียงอย่างเดียว ควรบันทึกตำแหน่ง รูปแบบและพัฒนาการ แล้วให้ผู้รับผิดชอบพิจารณาสาเหตุก่อน รายละเอียดลำดับตรวจอยู่ใน Checklist ตรวจผนังอิฐมวลเบา งานฉาบและฝ้าบ้าน


ระบบสุขาภิบาลบ้านควรตรวจตอนไหน?


ระบบสุขาภิบาลบ้านควรตรวจหลายรอบ ได้แก่ ก่อนติดตั้ง ระหว่างเดินท่อ ก่อนเทหรือปิดผิว ก่อนกลบงาน และก่อนส่งมอบ เพราะแนวท่อ ข้อต่อ จุดยึด ช่องเปิดและการทดสอบจำนวนมากจะตรวจได้ยากเมื่อผนัง ฝ้า พื้นหรือดินปิดทับแล้ว


รายการภาพรวมควรครอบคลุมแนวท่อน้ำดี น้ำทิ้งและท่ออากาศ ข้อต่อ จุดรองรับ จุดดักกลิ่น Clean Out ช่องเปิดในโครงสร้าง ถังดักไขมัน ถังบำบัดและบ่อพักรอบบ้าน แต่ละรายการต้องเทียบกับแบบระบบ Shop Drawing ชนิดท่อ เอกสารผลิตภัณฑ์และวิธีทดสอบที่อนุมัติ


แรงดัน ระยะเวลา Slope และเกณฑ์รับงานเป็นข้อมูลเฉพาะระบบและอาจต่างกันในแต่ละโครงการ จึงไม่ควรคัดตัวเลขจาก Checklist ทั่วไปไปใช้ตัดสินงานโดยตรง ดูเส้นทางตรวจพร้อมหลักฐานที่ควรเก็บได้ใน Checklist ตรวจระบบสุขาภิบาลบ้านก่อนปิดงาน


ประตูหน้าต่างอลูมิเนียมบ้านตรวจจุดรั่วอย่างไร?


การตรวจประตูหน้าต่างอลูมิเนียมบ้านต้องเริ่มก่อนฉีดน้ำ โดยตรวจขนาดช่องเปิด Shop Drawing สภาพกรอบ แนวติดตั้ง จุดยึด รอยต่อและระบบวัสดุอุดรอยต่อให้ครบ จากนั้นจึงตรวจการเปิดปิดและทดสอบน้ำตาม Method Statement ของระบบที่อนุมัติ


รอยน้ำใกล้ช่องเปิดไม่ได้ยืนยันโดยอัตโนมัติว่ากรอบอลูมิเนียมเป็นต้นเหตุ ทีมตรวจควรบันทึกตำแหน่ง อาการและสภาพแวดล้อม แล้วแยกตรวจรอยต่อ งานผนังและแนวระบบใกล้เคียง การทดสอบน้ำจึงเป็นส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ ไม่ใช่คำตอบแทนการตรวจรายละเอียดติดตั้งทั้งหมด


ระหว่างก่อสร้างควรป้องกันผิวกรอบและตรวจจุดที่กำลังจะถูกปิดทับด้วย ชนิด Sealant วิธีอุดรอยต่อ ระยะติดตั้งและเกณฑ์การทดสอบต้องตรงกับ Product Data และ Material Approval ของระบบจริง อ่านรายการตรวจตามลำดับได้ใน Checklist ตรวจประตูหน้าต่างอลูมิเนียมบ้าน


งานปรับอากาศและสาย LAN บ้านควรตรวจอะไรบ้าง?


งานปรับอากาศควรตรวจชนิดและตำแหน่งอุปกรณ์ แนวท่อน้ำยา ฉนวน ท่อน้ำทิ้ง จุดยึด จุดผ่านผนัง ตำแหน่งชุดภายในกับชุดภายนอก รวมถึงผลทดสอบก่อนปิดผนังหรือฝ้า


งานระบบ LAN ควรตรวจชนิดสาย แนวท่อร้อยสาย การรองรับและป้องกันสาย รัศมีการโค้ง จุดต่อ ตู้สื่อสาร ป้ายกำกับและตำแหน่งเต้ารับ พร้อมเก็บผลทดสอบให้เชื่อมโยงกับจุดใช้งานแต่ละตำแหน่ง หากบ้านมีสายโทรศัพท์หรือ Fiber Optic ควรตรวจด้วยหลักเดียวกันตามระบบที่เลือกติดตั้ง


ชนิดสาย ขนาดท่อ ระยะติดตั้ง แรงดันและวิธีทดสอบต้องตรวจจาก Approved MEP Drawing, Specification, Shop Drawing, Product Data และคู่มือผู้ผลิตของอุปกรณ์จริง พร้อมให้ผู้รับผิดชอบระบบยืนยันก่อนติดตั้ง ทดสอบหรือปิดงาน


อ่านรายละเอียดแยกตามช่วงตรวจได้ใน Checklist ตรวจงานปรับอากาศและสาย LAN บ้าน


เมื่อใดควรใช้ Visual Inspection หรือการทดสอบทางวิศวกรรมกับบ้าน?


ควรเริ่มจาก Visual Inspection เพื่อบันทึกความผิดปกติที่มองเห็นได้ เช่น รอยแตกร้าว การชำรุด การเยื้องแนวและความเรียบร้อยของงาน หากการตรวจด้วยตาเปล่า แบบก่อสร้าง ประวัติงานและข้อมูลเดิมยังไม่เพียงพอต่อการหาสาเหตุหรือประเมินสภาพ จึงค่อยให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาวิธีตรวจหรือทดสอบเพิ่มเติม


วิธีที่อาจนำมาพิจารณามีทั้งการวัดระดับ การทดสอบคอนกรีต การสแกนหาตำแหน่งวัสดุ การประเมินแนวโน้มการกัดกร่อน การตรวจเสาเข็มและการทดสอบพื้น แต่ละวิธีให้ข้อมูลและมีข้อจำกัดต่างกัน จึงไม่จำเป็นที่บ้านทุกโครงการต้องทดสอบครบทุกวิธี


ตัวอย่างเช่น Rebound Hammer ให้ข้อมูลที่สัมพันธ์กับความแข็งของผิวคอนกรีต แต่ไม่ควรใช้ผลจากวิธีนี้เพียงอย่างเดียวเพื่อยืนยันหรือปฏิเสธคุณภาพคอนกรีต การเลือกวิธี ตำแหน่ง จำนวนจุดทดสอบและการแปลผลต้องสัมพันธ์กับปัญหาที่พบ พร้อมอ้างอิงมาตรฐานและข้อกำหนดที่โครงการใช้


หากต้องการเปรียบเทียบวัตถุประสงค์และข้อจำกัดของแต่ละวิธี อ่านต่อได้ใน คู่มือเลือกการตรวจสอบและทดสอบทางวิศวกรรมสำหรับบ้าน


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างบ้านมีอะไรบ้าง?


คำถามที่พบบ่อยมักเกี่ยวกับจังหวะตรวจ เอกสารอ้างอิงและขอบเขตการใช้ Checklist คำตอบหลักคือควรตรวจให้ทันก่อนปิดทับ และให้ผู้รับผิดชอบตัดสินผลจากเอกสารของโครงการ ไม่ใช้รายการทั่วไปแทนการอนุมัติทางวิชาชีพ


ไม่ควรรอ เพราะงานสำคัญหลายส่วนอยู่ใต้ดิน ภายในคอนกรีต หลังผนังหรือเหนือฝ้า ควรกำหนดจุดตรวจก่อนปิดทับและตรวจซ้ำตามความเหมาะสมในช่วงส่งมอบ

Checklist ช่วยให้ตั้งคำถามและติดตามหลักฐานได้ แต่การอนุมัติต้องเป็นไปตามบทบาทในสัญญา เอกสารโครงการและขอบเขตวิชาชีพของผู้รับผิดชอบ โดยเฉพาะประเด็นโครงสร้างและการแปลผลทดสอบ

ควรบันทึกความขัดแย้ง ระบุตำแหน่งและ Revision ของเอกสาร แล้วหยุดการตัดสินใจในจุดนั้นจนกว่าผู้มีอำนาจจะยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ควรเลือกเอกสารฉบับใดฉบับหนึ่งตามความเคยชิน

ไม่จำเป็น ต้องเริ่มจากวัตถุประสงค์ ความเสี่ยง สภาพที่พบและข้อมูลเดิมของโครงการ แล้วให้ผู้เชี่ยวชาญเลือกวิธีที่ตอบคำถามได้เหมาะสม

ควรตรวจจากเจ้าของมาตรฐานและหน่วยงานทางการโดยตรง เช่น วสท. สำหรับมาตรฐานวิศวกรรมในบริบทไทย สมอ. สำหรับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ASTM หรือ ACI สำหรับวิธีและข้อกำหนดที่โครงการอ้าง และสภาวิศวกรสำหรับขอบเขตวิชาชีพ


แหล่งอ้างอิงข้อมูล



สนใจบริการที่ปรึกษาและควบคุมงานก่อสร้างติดต่อ


อักษรเพชร สุขสิริถาวรกุล (Co-Founder and Executive Committee)


bottom of page