top of page

อาคาร Mixed Use คืออะไร? เข้าใจโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสาน

  • รูปภาพนักเขียน: Stable Inter Consultant
    Stable Inter Consultant
  • 5 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที

อาคาร Mixed Use คืออาคารหรือโครงการที่รวมการใช้งานมากกว่า 1 ประเภทไว้ในพื้นที่เดียวกัน เช่น ที่อยู่อาศัย สำนักงาน ร้านค้า โรงแรม และพื้นที่บริการ แนวคิดสำคัญไม่ใช่เพียงนำหลายฟังก์ชันมาอยู่ใกล้กัน แต่ต้องออกแบบให้แต่ละส่วนใช้งานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ ทั้งทางเข้าออก งานระบบ การบริหารพื้นที่ และประสบการณ์ของผู้ใช้งาน


สำหรับเรา โครงการลักษณะนี้น่าสนใจเพราะช่วยให้พื้นที่หนึ่งแห่งตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองได้หลายมิติในที่เดียว แต่ในมุมการพัฒนาโครงการ ก็เป็นงานที่ต้องวางแผนละเอียดกว่าการสร้างอาคารที่มีการใช้งานเพียงแบบเดียว


อาคาร Mixed Use มีอะไรอยู่ในโครงการบ้าง?


Mixed Use ไม่มีสูตรตายตัว โครงการหนึ่งอาจรวมเพียง 2 ฟังก์ชัน ขณะที่อีกโครงการอาจรวมหลายฟังก์ชันที่ส่งเสริมกัน โดย Urban Land Institute อธิบายว่า Mixed-Use Development คือการรวมการใช้ประโยชน์ที่ดินหลายประเภทไว้ในพื้นที่หรือแปลงเดียวกัน...องค์ประกอบที่พบได้บ่อย ได้แก่


  • ที่อยู่อาศัย เช่น คอนโดมิเนียม เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ หรือที่พักอาศัยให้เช่า

  • พื้นที่สำนักงาน

  • ร้านค้า ร้านอาหาร และพื้นที่ค้าปลีก

  • โรงแรม หรือพื้นที่บริการนักท่องเที่ยว

  • พื้นที่ส่วนกลาง เช่น ลานกิจกรรม สวน พื้นที่จัดงาน และที่จอดรถ

  • บริการเฉพาะโครงการ เช่น คลินิก ศูนย์สุขภาพ หรือสถานศึกษา


ตัวอย่างที่เข้าใจง่ายคืออาคารที่ชั้นล่างเป็นร้านค้า ชั้นกลางเป็นสำนักงาน และชั้นบนเป็นที่พักอาศัย

ผู้ใช้งานจึงสามารถเข้าถึงสินค้า บริการ และพื้นที่ทำงานได้โดยไม่ต้องเดินทางไกลเหมือนการแยกอาคารแต่ละประเภทออกจากกัน


Vertical Mixed Use และ Horizontal Mixed Use ต่างกันอย่างไร?


Mixed Use แบ่งได้อย่างง่ายเป็น 2 รูปแบบ คือการผสมฟังก์ชันในอาคารเดียว และการผสมฟังก์ชันในหลายอาคารภายในโครงการเดียวกัน ทั้งสองแบบมีเป้าหมายเหมือนกัน แต่มีวิธีบริหารพื้นที่และการก่อสร้างต่างกัน


รูปแบบ

ลักษณะ

ตัวอย่าง

Vertical Mixed Use

วางฟังก์ชันต่างกันตามแนวดิ่งในอาคารเดียว

ร้านค้าใต้คอนโด หรือสำนักงานร่วมกับโรงแรมในอาคารเดียว

Horizontal Mixed Use

แยกฟังก์ชันเป็นคนละอาคาร แต่เชื่อมด้วยพื้นที่ส่วนกลางและการสัญจร

โครงการที่มีคอนโด อาคารสำนักงาน โรงแรม และรีเทลอยู่ในพื้นที่เดียวกัน


ในทางปฏิบัติ บางโครงการใช้ทั้งสองรูปแบบร่วมกัน เช่น มีอาคารสำนักงานที่มีรีเทลชั้นล่าง และมีอาคารพักอาศัยหรือโรงแรมอยู่ข้างเคียง โดยใช้ลานกลางหรือทางเดินเชื่อมเป็นจุดรวมของโครงการ


ทำไมอาคาร Mixed Use จึงบริหารยากกว่าอาคารทั่วไป?


ความยากของอาคาร Mixed Use อยู่ที่แต่ละพื้นที่มีผู้ใช้ เวลาใช้งาน และความต้องการด้านระบบอาคารไม่เหมือนกัน จึงต้องตัดสินใจโดยมองทั้งโครงการ ไม่ใช่มองเฉพาะอาคารใดอาคารหนึ่ง

ประเด็นที่เจ้าของโครงการควรให้ความสำคัญคือ


  • การสัญจร: ทางเข้า ลิฟต์ จุดรับส่ง และที่จอดรถต้องรองรับคนหลายกลุ่มโดยไม่รบกวนกัน

  • งานระบบประกอบอาคาร: ระบบไฟฟ้า ปรับอากาศ ประปา ระบายอากาศ ป้องกันอัคคีภัย และสื่อสาร ต้องออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานที่ต่างกันของแต่ละส่วน

  • การแยกและใช้พื้นที่ร่วมกัน: ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าพื้นที่ใดเป็นส่วนกลาง พื้นที่ใดเป็นของแต่ละอาคาร และใครรับผิดชอบค่าใช้จ่าย

  • ลำดับการก่อสร้าง: หากมีผู้เช่าหรือผู้ใช้งานบางส่วนเริ่มใช้งานก่อน งานส่วนที่เหลือต้องบริหารผลกระทบด้านความปลอดภัย เสียง ฝุ่น และการเข้าถึงอย่างรอบคอบ


ด้วยเหตุนี้ การบริหารงานก่อสร้าง จึงมีบทบาทตั้งแต่ช่วงก่อนเริ่มงาน ไม่ใช่รอแก้ปัญหาเมื่อโครงการก่อสร้างไปแล้ว


ก่อนพัฒนาโครงการ Mixed Use เจ้าของโครงการควรวางแผนอะไรบ้าง?


ก่อนเริ่มออกแบบหรือก่อสร้าง เราแนะนำให้เริ่มจากการกำหนดภาพรวมของโครงการให้ชัดว่าแต่ละฟังก์ชันมีบทบาทอย่างไร และช่วยสร้างคุณค่าให้กันอย่างไร แล้วจึงแปลงภาพนั้นเป็นแผนงานและแบบก่อสร้างที่ตรวจสอบได้


  1. กำหนดกลุ่มผู้ใช้หลักของแต่ละพื้นที่ เพื่อออกแบบสัดส่วนพื้นที่และช่วงเวลาการใช้งานให้เหมาะสม

  2. วางเส้นทางคน รถ และงานบริการ แยกการสัญจรของผู้อยู่อาศัย ผู้มาติดต่อ พนักงานขนส่ง และงานหลังบ้านเท่าที่จำเป็น

  3. ตรวจความสอดคล้องของแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม โดยเฉพาะจุดที่หลายฟังก์ชันใช้พื้นที่หรือโครงสร้างร่วมกัน

  4. จัดทำงบประมาณและแผนก่อสร้างที่มองภาพรวม เพื่อเห็นผลกระทบของการเปลี่ยนแบบต่อแต่ละส่วนของโครงการ

  5. กำหนดแนวทางบริหารหลังเปิดใช้งาน เช่น การแบ่งความรับผิดชอบ ระบบรักษาความปลอดภัย และการบำรุงรักษาพื้นที่ร่วม


หัวข้อ ระบบประกอบอาคาร มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะงานระบบของร้านค้า สำนักงาน โรงแรม และที่พักอาศัยมีโหลดและเงื่อนไขการใช้งานต่างกัน หากประสานแบบไม่ครบตั้งแต่ต้น การแก้ไขในช่วงก่อสร้างมักกระทบทั้งเวลาและงบประมาณ


ที่ปรึกษาก่อสร้างช่วยโครงการ Mixed Use ได้อย่างไร?


ที่ปรึกษาก่อสร้างช่วยให้เจ้าของโครงการเห็นความเชื่อมโยงของคุณภาพ เวลา งบประมาณ และความปลอดภัยในภาพเดียว โดยทำหน้าที่เป็นตัวแทนเจ้าของโครงการในการประสาน ตรวจสอบ และติดตามงานตามขอบเขตที่ตกลงกัน


สำหรับโครงการ Mixed Use บทบาทอาจครอบคลุมตั้งแต่การทบทวนแบบและ BOQ ก่อนก่อสร้าง การวางแผนประสานงานระหว่างผู้ออกแบบและผู้รับเหมา การติดตามความก้าวหน้า การตรวจคุณภาพงาน ไปจนถึงการทดสอบระบบและเตรียมส่งมอบอาคาร


ทีม บริษัทที่ปรึกษาก่อสร้าง อย่าง Stable Inter มุ่งช่วยให้เจ้าของโครงการตัดสินใจจากข้อมูลที่เป็นระบบ โดยยังคงบทบาทของเราไว้ในฐานะที่ปรึกษาและตัวแทนเจ้าของโครงการ ไม่ใช่ผู้รับเหมาก่อสร้าง


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาคาร Mixed Use


Community Mall มักเน้นร้านค้า ร้านอาหาร และพื้นที่บริการเป็นหลัก ส่วน Mixed Use เป็นแนวคิดที่กว้างกว่า เพราะอาจรวมที่อยู่อาศัย สำนักงาน โรงแรม หรือฟังก์ชันอื่นร่วมกับพื้นที่ค้าปลีกได้


ไม่จำเป็น Mixed Use อาจเป็นอาคารเดียว หลายอาคาร หรือโครงการแนวราบก็ได้ ขึ้นอยู่กับขนาดที่ดิน ผังโครงการ ความต้องการของตลาด และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่นั้น

เริ่มจากศึกษาผู้ใช้และความสัมพันธ์ของแต่ละฟังก์ชันก่อน แล้วจึงพัฒนาเป็นผังโครงการ แบบก่อสร้าง งบประมาณ และแผนดำเนินงานที่เชื่อมโยงกัน



สนใจบริการที่ปรึกษาและควบคุมงานก่อสร้างติดต่อ


อักษรเพชร สุขสิริถาวรกุล (Co Founders and Executive Committee)


แหล่งอ้างอิงข้อมูล

bottom of page