ก่อนสร้าง Data Center ในไทย ต้องเตรียมอะไรบ้าง? Checklist ตั้งแต่พลังงาน น้ำ ถึงระบบ MEP

อัปเดตเมื่อ 2 ก.ย.
ก่อนสร้าง Data Center ในไทย เจ้าของโครงการควรตรวจความพร้อมอย่างน้อย 7 ด้าน ได้แก่ Business Requirement และ IT Load, ทำเล, ไฟฟ้า, น้ำและระบบหล่อเย็น, สิ่งแวดล้อมและใบอนุญาต, การประสานระบบ MEP และแผนจัดซื้อกับ Commissioning ข้อมูลเหล่านี้ต้องเชื่อมกันก่อนล็อกแบบและงบประมาณ
ประเด็นนี้สำคัญขึ้นในปี 2569 เมื่อ BOI ประกาศว่าจะกลั่นกรองโครงการ Data Center ทั้งด้านพลังงาน ทรัพยากรน้ำ สิ่งแวดล้อม ประโยชน์ต่อประเทศ และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด พร้อมผลักดัน Power & Water Map สำหรับประเมินพื้นที่ที่เหมาะสม นักลงทุนจึงไม่ควรมองเฉพาะราคาที่ดินหรือพื้นที่อาคาร แต่ต้องพิสูจน์ว่า Site และสาธารณูปโภครองรับ Operating Model ที่ต้องการได้จริง
ก่อนสร้าง Data Center ในไทย ต้องตรวจอะไรเป็นอันดับแรก?
เริ่มจากกำหนด Design Basis ที่เจ้าของและทีมเทคนิคใช้ร่วมกัน โดยตอบให้ได้ว่า Data Center มีวัตถุประสงค์อะไร รองรับ IT Load เท่าใด ต้องการขยายอย่างไร ระดับความต่อเนื่องที่ธุรกิจกำหนดคืออะไร และระบบใดต้องทำงานต่อเมื่ออุปกรณ์บางส่วนหยุดทำงาน
หาก Requirement เหล่านี้ยังไม่ชัด การขอไฟ เลือกระบบ Cooling จัดวางอาคาร ประเมินงบ และวาง Commissioning Plan จะตั้งอยู่บนสมมติฐานคนละชุด สิ่งที่ควรได้จากช่วงเริ่มต้นจึงไม่ใช่แบบสวยที่สุด แต่เป็นชุดเกณฑ์ที่ทำให้ทีม Site, Utility, Design, Commercial และ Operation ตัดสินใจจากข้อมูลเดียวกัน
ทำไม Data Center จึงไม่ใช่เพียงอาคารสำหรับวาง Server?
Data Center เป็นระบบที่เชื่อม IT Equipment เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานของอาคาร ทั้งไฟฟ้า ระบบสำรองไฟ Cooling ระบบควบคุม Fire Protection ความปลอดภัย และเครือข่ายสื่อสาร ASHRAE ระบุว่าการวางแผนและเลือก Site ต้องพิจารณาวัตถุประสงค์ของศูนย์ข้อมูล ความต้องการด้าน Power, Cooling และ Compute รวมถึงไฟฟ้าที่หาได้ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และความสามารถในการขยาย
ข้อกำหนดทางธุรกิจจึงส่งผลต่อแบบวิศวกรรมโดยตรง เช่น IT Load และ Growth Plan กำหนดขนาดระบบไฟและ Cooling ส่วน Maintenance Strategy มีผลต่อการแบ่งระบบและพื้นที่เข้าถึงอุปกรณ์ หากตัดสินใจทีละระบบโดยไม่มี Design Basis กลาง อาจพบจุดขัดแย้งเมื่อแบบพัฒนาไปไกลแล้ว
7 ด้านที่ต้องพร้อมก่อนพัฒนา Data Center
1. Business Requirement, IT Load และแผนขยายกำลัง
กำหนดประเภทการใช้งาน กลุ่มลูกค้า IT Load ระยะแรก กำลังสูงสุดที่วางแผนไว้ และช่วงเวลาขยายแต่ละ Phase แยกความต้องการที่ “ต้องมี” ออกจากทางเลือกที่ปรับได้ เพื่อไม่ให้ทุกระบบถูกออกแบบเผื่อสูงสุดโดยไม่มีเหตุผลทางธุรกิจ
ประเด็นที่ควรบันทึก ได้แก่ Capacity, Availability Objective, Maintenance Window, Phasing, Security Requirement และเกณฑ์รับมอบ เจ้าของควรกำหนดผู้มีอำนาจอนุมัติการเปลี่ยน Requirement เพราะการเพิ่ม Rack Density หรือเปลี่ยน Cooling Concept ระหว่างออกแบบอาจกระทบหลายระบบพร้อมกัน
2. ทำเล ที่ดิน การเข้าถึง และความเสี่ยงของพื้นที่
การประเมิน Site ต้องดูมากกว่าผังที่ดิน ตรวจความพร้อมของไฟฟ้า น้ำ การสื่อสาร การเข้าถึงสำหรับก่อสร้างและบำรุงรักษา ข้อจำกัดผังเมือง ความเสี่ยงน้ำท่วม สภาพแวดล้อมรอบพื้นที่ และพื้นที่สำหรับขยายระบบในอนาคต
ควรจัดทำ Site Comparison Matrix โดยใช้เกณฑ์เดียวกันทุกแปลง พร้อมหลักฐานจากหน่วยงานหรือผู้ให้บริการสาธารณูปโภค อย่าให้คะแนนจากระยะทางถึงโครงข่ายเพียงอย่างเดียว เพราะความสามารถในการจ่ายจริง ระยะเวลาดำเนินการ และงานปรับปรุงโครงข่ายต้องได้รับการยืนยันแยกกัน
3. ความพร้อมของไฟฟ้า พลังงานสำรอง และประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
ไฟฟ้าเป็นเงื่อนไขต้นทางของทั้ง Capacity และ Schedule เจ้าของต้องประสานผู้ให้บริการไฟฟ้าเพื่อยืนยันจุดเชื่อมต่อ กำลังที่จ่ายได้ ระยะเวลา งานระบบที่ต้องลงทุน และเงื่อนไขหลักประกันที่เกี่ยวข้อง
BOI ระบุในเดือนมีนาคม 2569 ว่าโครงการ Data Center ที่ขอรับการส่งเสริมต้องมีหนังสือยืนยันการจ่ายไฟจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานก่อนยื่นคำขอ ข้อกำหนดนี้เกี่ยวกับกระบวนการขอรับการส่งเสริมการลงทุน ไม่ควรนำไปสรุปแทนใบอนุญาตหรือเงื่อนไขไฟฟ้าทั้งหมดของโครงการ
ด้านการออกแบบ ต้องกำหนด Electrical Topology, Redundancy, UPS, Battery, Generator, Protection, Metering และ Maintenance Strategy ให้สัมพันธ์กับ Requirement จริง พร้อมตรวจ Selectivity และ Sequence of Operation ตามขอบเขตของผู้เชี่ยวชาญ
4. น้ำ ระบบหล่อเย็น สิ่งแวดล้อม และผลต่อชุมชน
Data Center ไม่ได้ใช้น้ำในรูปแบบเดียวกันทุกโครงการ ปริมาณน้ำขึ้นกับ Cooling Technology ภูมิอากาศ Operating Condition และวิธีระบายความร้อน จึงต้องทำ Water Balance จากแบบ ไม่ควรใช้ตัวเลขเฉลี่ยของโครงการอื่นเป็นคำตอบสำหรับ Site ใหม่
ทีมควรเปรียบเทียบทางเลือกด้าน Energy, Water, Space, Reliability, Maintenance และผลกระทบสิ่งแวดล้อมร่วมกัน รวมถึงตรวจคุณภาพน้ำ แหล่งน้ำ ระบบสำรอง การระบายน้ำ น้ำทิ้ง เสียง และ Heat Rejection ตามเทคโนโลยีที่เลือก การทำ Value Engineering ในช่วงนี้ต้องรักษา Requirement ด้านความต่อเนื่องและการใช้งาน ไม่ใช่ลดต้นทุนอุปกรณ์แยกชิ้น
การประกาศของ BOI เดือนกรกฎาคมและสิงหาคม 2569 ที่ให้พิจารณาพลังงาน น้ำ และสิ่งแวดล้อมร่วมกัน สะท้อนว่า Utility Strategy ต้องพัฒนาเป็นชุดเดียว ไม่ใช่แยกงานไฟกับงาน Cooling ออกจากกันจนถึงปลายโครงการ
5. ใบอนุญาต เกณฑ์ส่งเสริมการลงทุน และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
ทำ Permit and Approval Register ตั้งแต่ต้น โดยแยกอย่างน้อย 3 กลุ่ม ได้แก่ สิทธิประโยชน์หรือการส่งเสริมการลงทุน ใบอนุญาตด้านอาคารและระบบสาธารณูปโภค และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม รายการจริงขึ้นกับนิติบุคคล กิจกรรม ขนาดอาคาร ที่ตั้ง ระบบพลังงาน และองค์ประกอบของโครงการ
คำถามว่า Data Center ต้องทำ EIA หรือไม่ ไม่ควรตอบจากชื่อโครงการเพียงอย่างเดียว เจ้าของต้องคัดกรองประเภท ขนาด และเงื่อนไขพื้นที่ตามประกาศที่มีผล และตรวจฐานข้อมูล Smart EIA Plus ของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หากมีส่วนผลิตพลังงาน อาคารขนาดใหญ่ หรือกิจกรรมอื่นร่วมด้วย ต้องแยกตรวจแต่ละองค์ประกอบ
เกณฑ์ BOI ก็ต้องตรวจฉบับปัจจุบันก่อนยื่น เพราะในเดือนสิงหาคม 2569 BOI ประกาศว่าจะทบทวนกรอบพิจารณา Data Center ให้เข้มขึ้นด้านความคุ้มค่า พลังงาน น้ำ และสิ่งแวดล้อม
6. การประสานระบบ MEP, Fire Protection, Security และ Telecom
ระบบของ Data Center มี Interface จำนวนมาก เช่น ไฟฟ้ากับ Cooling, Generator กับ Fuel System, Fire Detection กับ Control Sequence, Access Control กับ Life Safety และ BMS กับ EPMS จึงต้องกำหนด System Owner, Design Responsibility และ Interface Matrix ให้ชัด
บทบาทของ MEP Engineer ไม่ควรถูกแบ่งเป็นงานเขียนแบบรายสาขาอย่างเดียว ต้องมีผู้รับผิดชอบการประสาน Load, Space, Routing, Control Logic, Alarm, Testing และข้อมูลที่ส่งต่อให้ Operation Team
ก่อนออก Tender ควรตรวจว่า Drawing, Specification, BOQ และ Responsibility Matrix ใช้ Design Basis ฉบับเดียวกัน หากขอบเขตระหว่างผู้รับเหมาหลัก Vendor และ System Integrator ไม่ชัด จุดตกหล่นมักปรากฏช่วงทดสอบเมื่อแก้ไขได้ยากขึ้น
7. กลยุทธ์จัดซื้อ แผนงาน Commissioning และการส่งมอบ
ระบุ Long-lead Equipment และข้อมูลอนุมัติที่ต้องใช้ก่อนสั่งซื้อ เช่น Transformer, Switchgear, Generator, UPS, Cooling Equipment และ Control System เชื่อม Procurement Schedule กับ Design Release, Factory Test, Delivery, Installation และ Energization
อย่ารอให้ติดตั้งเสร็จแล้วจึงวาง Commissioning Plan ASHRAE อธิบายว่า Commissioning ใช้ตรวจว่า Hardware, Cooling, Power และ Network Infrastructure ทำงานตามที่ออกแบบ พร้อมตรวจ Performance Benchmark ควรกำหนด Test Script, Witness Point, Acceptance Criteria, Instrumentation และผู้ลงนามตั้งแต่ก่อนจัดซื้อ
ตาราง Project Readiness สำหรับเจ้าของโครงการ Data Center
ด้าน | คำถามตัดสินใจ | หลักฐานขั้นต่ำ | เจ้าของข้อมูลหลัก |
Business | IT Load และ Phasing ที่อนุมัติคือเท่าใด | Owner's Requirement และ Capacity Plan | Business/IT Owner |
Site | พื้นที่รองรับ Utility และ Expansion หรือไม่ | Site Due Diligence และ Utility Evidence | Development Team |
Power | จ่ายไฟได้เท่าใดและเมื่อใด | หนังสือหรือข้อมูลยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | Electrical/Utility Lead |
Cooling/Water | ใช้เทคโนโลยีใดและต้องใช้น้ำเท่าใด | Cooling Study และ Water Balance | Mechanical Lead |
Approval | ต้องยื่นเรื่องใด หน่วยงานใด เมื่อใด | Permit and Approval Register | Legal/Permit Lead |
Design | Interface และ Responsibility ชัดหรือไม่ | Design Basis และ Interface Matrix | Design Manager |
Delivery | Long-lead, Test และ Handover เชื่อมกับแผนหลักหรือไม่ | Procurement and Commissioning Schedule | Project Manager |
ทุกช่องควรมีสถานะ ผู้รับผิดชอบ วันที่ต้องตัดสินใจ และผลกระทบหากข้อมูลล่าช้า ตารางนี้ไม่ใช้แทน Technical Calculation หรือการอนุมัติจากหน่วยงาน
ความเสี่ยงใดควรตัดสินใจก่อนออกแบบรายละเอียด?
กำลังไฟที่ Site รองรับและวันที่พร้อมจ่าย
IT Load, Rack Density และแผนขยายที่ได้รับอนุมัติ
Cooling Concept และข้อจำกัดด้านน้ำ
พื้นที่สำหรับ Substation, Generator, Fuel, Cooling Plant และ Maintenance Access
เกณฑ์ Redundancy และ Failure Scenario ที่ต้องทดสอบ
Permit Path, EIA Screening และเงื่อนไข BOI ถ้ามี
Procurement Lead Time ของอุปกรณ์หลัก
ขอบเขตระหว่าง Designer, Contractor, Vendor และ System Integrator
การตัดสินใจช้าในหัวข้อเหล่านี้อาจเปลี่ยน Scope, Cost หรือ Schedule แต่ผลกระทบต้องประเมินจากข้อมูลโครงการ ไม่ควรกำหนดตัวเลขเผื่อหรือระยะเวลาสำเร็จรูปจากโครงการอื่น
Commissioning Data Center ควรวางแผนตั้งแต่เมื่อใด?
ควรวางแผนตั้งแต่กำหนด Owner's Requirement และ Design Basis เพื่อให้ Specification ระบุว่าจะทดสอบอะไร ภายใต้ Load หรือ Failure Scenario ใด ใครเป็นผู้จัดเตรียมเครื่องมือ ใคร Witness และหลักฐานแบบใดจึงถือว่าผ่าน
แผนควรเชื่อม Factory Test, Pre-functional Check, Start-up, Functional Test, Integrated Systems Test และ Performance Validation ตาม Scope ที่ผู้เชี่ยวชาญกำหนด พร้อมจัดการ Defect และ Retest ให้เห็นสถานะเดียวกัน หลักคิดเรื่องเลือกวิธีตรวจให้ตรงกับวัตถุประสงค์สามารถศึกษาเพิ่มเติมจากบทความ การทดสอบทางวิศวกรรมโรงงาน แต่ Test Scope ของ Data Center ต้องจัดทำเฉพาะโครงการ
ASHRAE แนะนำให้ให้ความสำคัญกับ Instrumentation and Controls และ Measurement & Verification ตั้งแต่ต้น เพราะข้อมูลจากระบบช่วยทั้งการ Troubleshoot ระหว่าง Commissioning และการสร้าง Baseline สำหรับช่วง Operation
บริษัทบริหารและควบคุมงานก่อสร้างช่วยเจ้าของโครงการอย่างไร?
บริษัทที่ปรึกษาก่อสร้าง สามารถช่วยเจ้าของรวบรวม Requirement จัดทำ Decision Register ประสาน Design, Utility, Permit, Cost, Schedule และ Site Team รวมถึงติดตาม Interface กับผลทดสอบให้เชื่อมกันตลอดโครงการ ทั้งนี้ Scope ต้องระบุผู้เชี่ยวชาญ Data Center และวิศวกรแต่ละระบบที่จำเป็นอย่างชัดเจน
ก่อนว่าจ้างที่ปรึกษา เจ้าของควรขอ Project Sheet, Organization Chart และ CV ของทีมที่จะลงงานจริง หาก Scope ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ Data Center, Commissioning, Utility หรือระบบเฉพาะ ต้องระบุบทบาทและผลส่งมอบไว้ในข้อเสนอและสัญญา ไม่ควรสรุปจาก Company Profile เพียงอย่างเดียว
เจ้าของสามารถใช้กรอบเดียวกับบทความ ข้อควรรู้ก่อนสร้างโรงงาน และ ขั้นตอนการขออนุญาตก่อสร้าง เพื่อตั้งคำถามเบื้องต้น แล้วเพิ่มข้อกำหนดเฉพาะของ Data Center ผ่านผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อยก่อนสร้าง Data Center ในไทย
Data Center ต้องใช้ไฟฟ้าและน้ำเท่าไร?
ไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้แทนการออกแบบได้ ไฟฟ้าต้องเริ่มจาก IT Load, Redundancy และ Facility Load ส่วนน้ำขึ้นกับ Cooling Technology และ Operating Condition เจ้าของควรให้ทีมจัดทำ Load List, Energy Model และ Water Balance ตาม Phase พร้อมยืนยัน Utility Capacity กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
Data Center ทุกโครงการต้องทำ EIA หรือไม่?
ไม่ควรตัดสินจากชื่อ “Data Center” เพียงอย่างเดียว ต้องตรวจประเภท ขนาด ที่ตั้ง และองค์ประกอบของโครงการตามประกาศสิ่งแวดล้อมที่มีผล รวมถึงเงื่อนไขพื้นที่เฉพาะ ใช้ Smart EIA Plus เป็นจุดเริ่มต้นและให้ผู้เชี่ยวชาญยืนยัน Applicability ก่อนกำหนด Permit Schedule
PUE คืออะไร และเกณฑ์ BOI เท่าไร?
The Green Grid ให้นิยาม Power Usage Effectiveness หรือ PUE ว่าเป็นพลังงานรวมที่ Data Center ใช้ หารด้วยพลังงานที่ใช้โดยอุปกรณ์ ICT ค่า PUE จึงเป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ไม่ใช่ตัวแทนความพร้อมทุกด้านของโครงการ
BOI A Guide ที่เผยแพร่และค้นได้ในช่วงจัดทำบทความระบุ PUE ไม่เกิน 1.3 สำหรับกิจการ Data Center ที่ขอรับการส่งเสริม แต่ BOI ประกาศในเดือนสิงหาคม 2569 ว่ากำลังทบทวนกรอบคัดกรองโครงการ ผู้ยื่นคำขอจึงต้องตรวจประกาศและคู่มือฉบับล่าสุดกับ BOI โดยตรงก่อนใช้ตัวเลขนี้เป็นเกณฑ์โครงการ
สนใจบริการที่ปรึกษาและควบคุมงานก่อสร้างติดต่อ
อักษรเพชร สุขสิริถาวรกุล (Co-Founder and Executive Committee)
โทร: 062-648-2222
ไลน์: @stableinter
แหล่งอ้างอิงข้อมูล
BOI: ตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง Data Center ด้านพลังงาน น้ำ สิ่งแวดล้อม และพลังงานสะอาด
BOI: ทบทวนกรอบคัดกรอง Data Center และแนวทางด้านพลังงาน น้ำ และสิ่งแวดล้อม
BOI: ความพร้อมด้านไฟฟ้าและหนังสือยืนยันการจ่ายไฟสำหรับกิจการ Data Center
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: Smart EIA Plus
ASHRAE: AI Data Center Energy Performance Framework — Introduction and Purpose








