top of page

ไซต์งานก่อสร้าง คืออะไร? รู้จักพื้นที่ ประเภท ทีมงาน และกฎหมายความปลอดภัยที่ต้องรู้

  • รูปภาพนักเขียน: Stable Inter Consultant
    Stable Inter Consultant
  • 29 ก.ค.
  • ยาว 4 นาที

ไซต์งานก่อสร้างประกอบด้วยพื้นที่ปฏิบัติงาน พื้นที่จัดเก็บและขนส่งวัสดุ สำนักงานสนาม พื้นที่สวัสดิการ เขตอันตราย และระบบฉุกเฉิน โดยมีเจ้าของโครงการ ที่ปรึกษา ผู้ออกแบบ ผู้รับเหมา วิศวกร ผู้ควบคุมงาน เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยและแรงงานร่วมกันดำเนินโครงการตามบทบาทของแต่ละฝ่าย


ในบทความนี้ เราใช้คำว่า “ไซต์งานก่อสร้าง” ในความหมายเชิงปฏิบัติ

เพื่อเรียกพื้นที่ดำเนินงานและพื้นที่สนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับโครงการทั้งหมด จึงไม่ได้หมายถึงเฉพาะจุดที่กำลังเทคอนกรีต ก่อผนังหรือติดตั้งงานระบบเท่านั้น ส่วนกฎหมายความปลอดภัยใช้คำที่มีนิยามเฉพาะ ได้แก่ “งานก่อสร้าง” “เขตก่อสร้าง” และ “เขตอันตราย” ซึ่งเราจะแยกอธิบายไว้ด้านล่าง


จากประสบการณ์ของเรา เจ้าของโครงการจะควบคุมไซต์งานได้ดีขึ้นเมื่อมองเห็น 4 เรื่องพร้อมกัน ได้แก่

  1. พื้นที่ทำงาน

  2. ประเภทโครงการ

  3. คนที่รับผิดชอบ

  4. ข้อกำหนดด้านความปลอดภัย


บทความนี้จึงรวบรวมภาพทั้งหมดไว้ในที่เดียว ตั้งแต่ความหมายของไซต์งานก่อสร้าง ส่วนประกอบ ประเภท ตำแหน่งงาน ไปจนถึงกฎหมายความปลอดภัยในงานก่อสร้างของไทย


ไซต์งานก่อสร้าง คืออะไร และต่างจากเขตก่อสร้างตามกฎหมายอย่างไร?


ไซต์งานก่อสร้างเป็นคำเรียกทั่วไปของพื้นที่ที่ใช้ทำโครงการก่อสร้าง ส่วนกฎหมายความปลอดภัยใช้คำที่มีนิยามเฉพาะ เช่น “งานก่อสร้าง” “เขตก่อสร้าง” และ “เขตอันตราย” การแยกคำเหล่านี้ช่วยให้เราอ่านข้อกำหนดได้ถูกต้องและไม่ตีความว่าพื้นที่ก่อสร้างมีเพียงตัวอาคาร


กฎกระทรวงเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 ให้นิยาม “งานก่อสร้าง” ครอบคลุมสิ่งก่อสร้างหลายประเภท เช่น อาคาร สนามบิน ทางรถไฟ ถนน อุโมงค์ ท่าเรือ สะพาน ทางน้ำ ระบบระบายน้ำ ประปา รั้ว กำแพง ป้าย และพื้นที่สำหรับรถ รวมถึงงานต่อเติม ซ่อมแซม ปรับปรุง ดัดแปลง เคลื่อนย้าย รื้อถอนหรือทำลายสิ่งก่อสร้างด้วย


คำที่ใช้

ความหมายโดยสรุป

ตัวอย่าง

ไซต์งานก่อสร้าง

คำใช้ทั่วไป หมายถึงพื้นที่ทั้งหมดที่ใช้ดำเนินและสนับสนุนโครงการ

ตัวอาคาร สำนักงานสนาม ลานเก็บวัสดุ ทางเข้าออก และพื้นที่เครื่องจักร

เขตก่อสร้าง

พื้นที่ที่ดำเนินการก่อสร้าง รวมถึงพื้นที่ที่นายจ้างกำหนดเพิ่มเติมตามกฎกระทรวง

พื้นที่ทำงานและพื้นที่สนับสนุนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของไซต์

เขตอันตราย

พื้นที่ที่มีความเสี่ยงเฉพาะจากงาน เครื่องจักร วัสดุหรือสภาพการทำงาน

จุดยกของ บริเวณปั้นจั่น งานที่สูง งานขุด และบริเวณวัสดุอาจตกหล่น

ความแตกต่างนี้มีผลต่อการจัดพื้นที่จริง ตัวอย่างเช่น ลานกองวัสดุอาจไม่ได้อยู่ติดตัวอาคาร แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของเขตก่อสร้าง ขณะที่พื้นที่ใต้แนวยกวัสดุอาจต้องกำหนดเป็นเขตอันตรายและห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้า


ส่วนประกอบของไซต์งานก่อสร้างมีอะไรบ้าง?


เพื่อให้เจ้าของโครงการมองภาพรวมได้ง่าย เราแบ่งองค์ประกอบของไซต์งานออกเป็น 5 กลุ่มสำหรับใช้เป็นกรอบบริหาร ได้แก่ พื้นที่ปฏิบัติงาน ระบบสัญจรและโลจิสติกส์ พื้นที่สนับสนุน ระบบควบคุมข้อมูล และระบบความปลอดภัย การแบ่งนี้เป็นกรอบอธิบายของบทความ ไม่ใช่จำนวนหรือประเภทที่กฎหมายกำหนดตายตัว ส่วนการจัดผังต้องปรับตามขนาดโครงการ ลำดับงาน สภาพแวดล้อม และอันตรายที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วง


1. พื้นที่ปฏิบัติงานหลัก


พื้นที่ปฏิบัติงานจะเปลี่ยนไปตามระยะก่อสร้าง ตั้งแต่งานเตรียมพื้นที่ งานดินและฐานราก งานโครงสร้าง

งานสถาปัตยกรรม งานตกแต่ง ไปจนถึงงานระบบประกอบอาคาร


  • พื้นที่สำรวจ ตั้งแนว และเตรียมพื้นที่

  • พื้นที่ขุดดิน หลุมฐานราก เสาเข็ม และกำแพงกันดิน

  • พื้นที่ประกอบแบบ เหล็กเสริม และเทคอนกรีต

  • พื้นที่ติดตั้งโครงสร้างเหล็กหรือชิ้นส่วนสำเร็จรูป

  • พื้นที่ก่อผนัง ฉาบ ปูพื้น ฝ้า และงานตกแต่ง

  • พื้นที่ติดตั้งไฟฟ้า สุขาภิบาล ปรับอากาศ ระบบดับเพลิง และระบบสื่อสาร


ในโครงการที่มีงานระบบซับซ้อน เรามักเห็นว่าการประสานตำแหน่งท่อ รางไฟ ช่องเปิด และเครื่องจักรมีผลต่อทั้งคุณภาพและเวลา เจ้าของโครงการจึงควรเข้าใจบทบาทของ MEP Engineer และการประสานแบบก่อนเริ่มติดตั้งจริง


2. ระบบสัญจรและโลจิสติกส์


ระบบสัญจรคือโครงข่ายที่พาคน วัสดุ และเครื่องจักรเคลื่อนผ่านไซต์อย่างปลอดภัย หากวางไม่ดี รถอาจตัดกับทางเดินคน วัสดุอาจส่งไม่ถึงจุดใช้งาน และพื้นที่ทำงานอาจติดขัดจนกระทบแผนงาน


  • ทางเข้าออกและจุดลงทะเบียน

  • เส้นทางรถบรรทุกและเครื่องจักร

  • ทางเดินสำหรับคนงานและผู้เยี่ยมชม

  • จุดรับส่งวัสดุและพื้นที่พักวัสดุชั่วคราว

  • จุดกลับรถ ทางร่วม ทางแยก และจุดอับสายตา

  • แนวยกและขนส่งวัสดุในแนวดิ่ง


ผังเหล่านี้ไม่ควรเป็นเอกสารที่ทำครั้งเดียวแล้วจบ เพราะแนวทางเดินและพื้นที่กองวัสดุอาจต้องเปลี่ยนตามความคืบหน้าของโครงการ


3. พื้นที่สนับสนุนการทำงาน


พื้นที่สนับสนุนทำให้คนในไซต์สามารถทำงาน ประสานงาน และพักได้อย่างเหมาะสม ประกอบด้วยสำนักงานสนาม ห้องประชุม จุดเก็บแบบและเอกสาร พื้นที่เก็บเครื่องมือ ห้องน้ำ จุดพัก และพื้นที่สวัสดิการ


สำหรับไซต์ขนาดใหญ่ อาจมีพื้นที่ทดสอบวัสดุ จุดล้างล้อรถ พื้นที่คัดแยกของเสีย คลังวัสดุควบคุม และพื้นที่เฉพาะสำหรับสารหรือเชื้อเพลิง ซึ่งต้องจัดแยกและควบคุมตามความเสี่ยง


4. ระบบควบคุมข้อมูลและคุณภาพ


งานก่อสร้างไม่สามารถควบคุมด้วยการเดินตรวจเพียงอย่างเดียว เราต้องมีข้อมูลที่บอกว่าใครอนุมัติอะไร งานใดตรวจแล้ว ปัญหาใดยังค้าง และการแก้ไขกระทบเวลาและงบประมาณอย่างไร

เอกสารที่พบบ่อย ได้แก่


  • แบบก่อสร้างและแบบรายละเอียดที่ได้รับอนุมัติ

  • Shop Drawing และ Material Approval

  • Method Statement และแผนความปลอดภัย

  • Inspection Request และผลการทดสอบ

  • รายงานประจำวัน รายงานประชุม และรายงานความก้าวหน้า

  • รายการข้อบกพร่องและสถานะการแก้ไข


แนวทางนี้เชื่อมกับ กระบวนการ QC งานก่อสร้าง เพราะคุณภาพที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ต้องมีทั้งการตรวจหน้างานและหลักฐานประกอบ


5. ระบบความปลอดภัยและเหตุฉุกเฉิน


ระบบความปลอดภัยต้องมองเห็นและใช้งานได้จริง ไม่ใช่มีเฉพาะป้ายหรือเอกสารในสำนักงาน องค์ประกอบพื้นฐานประกอบด้วยรั้วกั้น ป้ายเขตก่อสร้าง การแบ่งเขตอันตราย แสงสว่างฉุกเฉิน PPE จุด

ปฐมพยาบาล อุปกรณ์ดับเพลิง เส้นทางหนีภัย และข้อมูลติดต่อหน่วยงานฉุกเฉิน


เรายังควรตรวจเรื่องความสะอาด การจัดเก็บวัสดุ การแยกของเสีย และสภาพทางเดินอย่างสม่ำเสมอ เพราะสิ่งเล็กอย่างเศษวัสดุ สายไฟพาดทางหรือพื้นลื่นสามารถนำไปสู่อุบัติเหตุและทำให้งานสะดุดได้


ไซต์งานก่อสร้างมีกี่ประเภท และแต่ละประเภทต่างกันอย่างไร?


ไซต์งานก่อสร้างไม่มีจำนวนประเภทตายตัวตามกฎหมาย สำหรับบทความนี้ เราแบ่งตามลักษณะการบริหารเป็น 4 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ งานอาคาร งานโรงงานและคลังสินค้า งานโครงสร้างพื้นฐาน และงานที่ดำเนินการกับสิ่งก่อสร้างเดิม ทั้งนี้ โครงการหนึ่งอาจอยู่ในหลายกลุ่มพร้อมกันได้


ประเภทไซต์

ลักษณะสำคัญ

จุดที่ต้องวางแผนเป็นพิเศษ

บ้านและโครงการแนวราบ

พื้นที่กระจายหลายหลัง งานซ้ำเป็นรอบ

การควบคุมมาตรฐานแต่ละหลัง โลจิสติกส์ และผู้รับเหมาช่วง

อาคารสำนักงาน โรงแรม คอนโดและอาคารสูง

ทำงานหลายชั้น มีการขนส่งแนวดิ่งและงานระบบจำนวนมาก

ปั้นจั่น ลิฟต์ชั่วคราว งานที่สูง ช่องเปิด และการประสาน MEP

โรงงานและคลังสินค้า

พื้นที่กว้าง โครงสร้างช่วงยาว พื้นรับน้ำหนักและระบบเฉพาะ

เครื่องจักร งานยก ระบบไฟฟ้า ระบบดับเพลิง และแผนเริ่มเดินระบบ

ถนน สะพาน อุโมงค์และสาธารณูปโภค

พื้นที่ทำงานยาวหรือเชื่อมพื้นที่สาธารณะ

การจราจร งานขุด เครื่องจักรหนัก และผลกระทบต่อบุคคลภายนอก

งานต่อเติมและปรับปรุง

ทำงานร่วมกับอาคารหรือระบบเดิม

การแยกพื้นที่ ผู้ใช้อาคาร ฝุ่น เสียง และข้อมูลสภาพเดิม

งานรื้อถอน

สภาพโครงสร้างเปลี่ยนตามลำดับการรื้อ

เสถียรภาพโครงสร้าง วัสดุตกหล่น ฝุ่น และการกั้นพื้นที่


ไซต์ก่อสร้างอาคารพักอาศัยและอาคารพาณิชย์


ไซต์ประเภทนี้มีงานหลายหมวดทับซ้อนกัน โดยเฉพาะช่วงงานสถาปัตยกรรมและงานระบบ อาคารสูงยังเพิ่มความซับซ้อนเรื่องการขนส่งแนวดิ่ง ช่องเปิด งานบนที่สูง และการจัดลำดับพื้นที่ส่งมอบ


เราแนะนำให้เจ้าของโครงการติดตามแผนงานเป็นรายพื้นที่หรือรายชั้น ไม่ดูเฉพาะเปอร์เซ็นต์รวม เพราะตัวเลขรวมอาจไม่แสดงคอขวดในพื้นที่ที่จำเป็นต่อการทดสอบหรือเปิดใช้งาน


ไซต์ก่อสร้างโรงงานและคลังสินค้า


โรงงานและคลังสินค้ามักมีโครงสร้างช่วงกว้าง พื้นที่รับน้ำหนักสูง งานระบบไฟฟ้า ระบบดับเพลิง และเครื่องจักรเฉพาะ การก่อสร้างอาคารเสร็จจึงไม่ได้แปลว่าพร้อมเปิดใช้งานทันที หากงานระบบ การทดสอบ และการเชื่อมต่อกระบวนการผลิตยังไม่ครบ


ในมุมของเรา จุดสำคัญคือการประสานแบบอาคารกับข้อกำหนดของเครื่องจักรและการใช้งานจริงตั้งแต่ก่อนติดตั้ง เพื่อลดการแก้ไขหน้างานและทำให้แผนทดสอบระบบสอดคล้องกับวันเริ่มดำเนินธุรกิจ


ไซต์ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน


งานถนน สะพาน ทางรถไฟ อุโมงค์ ท่อระบายน้ำและประปามักมีแนวพื้นที่ยาว ทำงานใกล้การจราจรหรือสาธารณูปโภคเดิม การควบคุมจึงต้องรวมแผนเบี่ยงจราจร การค้นหาสาธารณูปโภคใต้ดิน งานขุด การเข้าถึงของเครื่องจักร และการสื่อสารกับผู้ได้รับผลกระทบ


ไซต์งานต่อเติม ซ่อมแซมและรื้อถอน


งานกับอาคารเดิมมีความไม่แน่นอนมากกว่างานสร้างใหม่ เพราะสภาพจริงอาจไม่ตรงกับแบบเก่า บางพื้นที่ยังมีผู้ใช้งานอยู่ และระบบเดิมอาจต้องทำงานต่อเนื่อง เราจึงต้องสำรวจสภาพเดิม วางแผนตัดแยกระบบ กั้นพื้นที่ และกำหนดลำดับงานก่อนลงมือ


ใครทำงานอยู่ในไซต์งานก่อสร้าง และแต่ละตำแหน่งมีหน้าที่อะไร?


โครงการก่อสร้างหนึ่งโครงการประกอบด้วยเจ้าของโครงการ ที่ปรึกษา ผู้ออกแบบ ผู้รับเหมา ผู้ควบคุมงาน วิศวกร เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ผู้รับเหมาช่วงและแรงงาน แต่ละฝ่ายมีหน้าที่ตามสัญญา กฎหมาย และขอบเขตวิชาชีพต่างกัน ชื่อตำแหน่งเดียวกันจึงอาจมีขอบเขตไม่เหมือนกันในทุกโครงการ


ตำแหน่งหรือฝ่าย

เป็นตัวแทนของใคร

หน้าที่หลัก

เจ้าของโครงการ

ผู้ลงทุนหรือผู้พัฒนาโครงการ

กำหนดเป้าหมาย อนุมัติงบ ตัดสินใจเรื่องสำคัญ และแต่งตั้งคู่สัญญา

Project/Construction Management Consultant

เจ้าของโครงการตามขอบเขตว่าจ้าง

บริหาร ประสาน ติดตาม และรายงานคุณภาพ เวลา ต้นทุนและความปลอดภัย

สถาปนิกและวิศวกรผู้ออกแบบ

เจ้าของโครงการหรือผู้ออกแบบหลัก

ออกแบบ ให้รายละเอียด ตอบข้อซักถาม และพิจารณางานตามขอบเขต

Project Manager

แล้วแต่โครงสร้างองค์กรและสัญญา

บริหารภาพรวม เป้าหมาย ทรัพยากร การตัดสินใจและการประสานฝ่าย

Construction Manager/Site Manager

ผู้รับเหมาหรือที่ปรึกษา ขึ้นกับโครงการ

วางแผนและควบคุมการดำเนินงานก่อสร้างในระดับหน้างาน

Site Engineer

ขึ้นกับโครงสร้างโครงการ โดยมักพบในฝ่ายผู้รับเหมา

ดูแลวิธีทำงาน วางแผนประจำวัน ตรวจแบบและประสานงานหน้างานตามขอบเขตที่ได้รับมอบหมาย

วิศวกรควบคุมงาน

ฝ่ายที่แต่งตั้งตามกฎหมายหรือสัญญา

ควบคุมงานตามขอบเขตวิชาชีพ แบบ ข้อกำหนดและความรับผิดชอบที่กำหนด

Foreman

ผู้รับเหมาหรือผู้รับเหมาช่วง

ควบคุมทีมช่างและงานรายวันให้เป็นไปตามแบบและวิธีทำงาน

QA/QC Engineer

ผู้รับเหมาหรือทีมควบคุมคุณภาพ

วางแผนตรวจ ตรวจรับ บันทึกผล และติดตามการแก้ไข

Quantity Surveyor

เจ้าของโครงการ ที่ปรึกษาหรือผู้รับเหมา

วัดปริมาณ ประเมินราคา ตรวจงวดและจัดการข้อมูลต้นทุน

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน

นายจ้าง

ตรวจ เสนอแนะ ชี้บ่งอันตราย อบรม วิเคราะห์เหตุและรายงานตามระดับหน้าที่

ผู้รับเหมาช่วงและช่างฝีมือ

ผู้รับเหมาหรือผู้รับเหมาช่วง

ปฏิบัติงานเฉพาะทางตามแบบ วิธีทำงานและมาตรการความปลอดภัย


เจ้าของโครงการและตัวแทนเจ้าของโครงการดูแลเรื่องใด?


เจ้าของโครงการเป็นผู้กำหนดเป้าหมายทางธุรกิจ งบประมาณ คุณภาพ และวันใช้งาน ส่วนที่ปรึกษาจะช่วยเปลี่ยนเป้าหมายเหล่านั้นให้เป็นระบบติดตาม การประสานงาน และข้อมูลสำหรับตัดสินใจ


ในฐานะ บริษัทที่ปรึกษาก่อสร้าง เราทำงานในภาพเดียวกับเจ้าของโครงการ โดยช่วยบริหาร ตรวจสอบ และควบคุมงานตามขอบเขตที่ได้รับมอบหมาย อย่างไรก็ตาม เราไม่วางบทบาทตัวเองเป็นผู้รับเหมา และการมีที่ปรึกษาไม่ได้ทำให้หน้าที่ตามกฎหมายของนายจ้าง ผู้รับเหมา วิศวกรหรือผู้ประกอบวิชาชีพฝ่ายอื่นหายไป


หากต้องการเข้าใจขอบเขตงานให้ละเอียดขึ้น สามารถอ่านเรื่อง ที่ปรึกษาก่อสร้าง และความแตกต่างจากฝ่ายที่ลงมือก่อสร้างโดยตรงได้


Site Engineer กับวิศวกรควบคุมงานต่างกันอย่างไร?


Site Engineer เป็นชื่อตำแหน่งที่แต่ละองค์กรอาจกำหนดขอบเขตต่างกัน หลายโครงการใช้ชื่อนี้กับวิศวกรฝ่ายผู้รับเหมาที่ดูแลงานประจำวัน แต่ไม่ควรถือเป็นนิยามตายตัว ส่วนกฎกระทรวงงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 นิยาม “ผู้ควบคุมงาน” ว่าเป็นผู้รับผิดชอบในการอำนวยการหรือควบคุมดูแลงานตามลักษณะและประเภทของงาน และนิยาม “วิศวกร” แยกต่างหากว่าเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม เราจึงต้องตรวจสายการบังคับบัญชา หนังสือแต่งตั้ง ขอบเขตสัญญา และใบอนุญาตวิชาชีพของแต่ละบุคคลประกอบกัน


โครงการที่แบ่งบทบาทไม่ชัดอาจเกิดช่องว่าง เช่น ทุกคนคิดว่าอีกฝ่ายตรวจแล้ว หรือคำสั่งหน้างานไม่มีผู้มีอำนาจยืนยัน เจ้าของโครงการจึงควรทำ Responsibility Matrix ตั้งแต่เริ่มต้น และอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วิศวกรควบคุมงานก่อสร้าง ก่อนกำหนดทีม


เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานมีหน้าที่อะไร?


เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานหรือ จป. ช่วยให้นายจ้างบริหารความเสี่ยงตามระบบที่กฎหมายกำหนด หน้าที่อาจรวมถึงการตรวจและเสนอแนะให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ชี้บ่งอันตราย ประเมินความเสี่ยง แนะนำหรืออบรมลูกจ้าง ตรวจหาสาเหตุของการประสบอันตราย และจัดทำรายงาน


กฎกระทรวง พ.ศ. 2565 กำหนด จป. หลายระดับ เช่น ระดับหัวหน้างาน ระดับบริหาร ระดับเทคนิค ระดับเทคนิคขั้นสูง และระดับวิชาชีพ การกำหนดระดับ บุคลากร คณะกรรมการหรือหน่วยงานความปลอดภัยต้องพิจารณาประเภทกิจการและจำนวนลูกจ้าง ไม่ควรสรุปจากขนาดพื้นที่ก่อสร้างเพียงอย่างเดียว


กฎหมายความปลอดภัยในไซต์งานก่อสร้างของไทยกำหนดเรื่องใดบ้าง?


กฎหมายความปลอดภัยในไซต์งานก่อสร้างกำหนดทั้งหน้าที่ระดับนโยบายและมาตรการเฉพาะกิจกรรม กฎหมายแกนกลางคือพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ส่วนรายละเอียดงานก่อสร้างอยู่ในกฎกระทรวง พ.ศ. 2564 และกฎหมายเฉพาะด้านอื่น

หมายเหตุ: เราตรวจสอบแหล่งกฎหมายราชการล่าสุดเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 เนื้อหานี้เป็นภาพรวมเพื่อการวางแผน ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับข้อเท็จจริงเฉพาะโครงการ

กฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องมีอะไรบ้าง?


กฎหมายหรือข้อกำหนด

ประเด็นที่ควบคุม

พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554

กรอบหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้าง การบริหารความปลอดภัย การตรวจและการบังคับใช้

กฎกระทรวงเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564

การแจ้งก่อนเริ่มงาน เขตก่อสร้าง ผู้ควบคุมงาน PPE งานขุด เสาเข็ม ลิฟต์ชั่วคราว งานในน้ำและกิจกรรมก่อสร้างอื่น

กฎกระทรวงเกี่ยวกับการตกจากที่สูงและที่ลาดชัน พ.ศ. 2564

มาตรการป้องกันการตก วัสดุตกหล่น พังทลาย และอันตรายที่เกี่ยวข้อง

กฎกระทรวงเกี่ยวกับนั่งร้านและค้ำยัน พ.ศ. 2564

การออกแบบ ประกอบ ใช้ ตรวจสอบ และควบคุมนั่งร้านหรือค้ำยัน

กฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2565

ระดับ จป. บุคลากร คณะกรรมการ และหน่วยงานความปลอดภัย


กิจกรรมในไซต์อาจอยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะเรื่องเพิ่มเติม เช่น ไฟฟ้า เครื่องจักร ปั้นจั่น ที่อับอากาศ สารเคมี ความร้อน แสงสว่าง เสียง และการป้องกันอัคคีภัย ทีมโครงการจึงต้องทำ Legal Register ตามกิจกรรมจริง ไม่ใช้ Checklist ชุดเดียวกับทุกไซต์


งานก่อสร้างแบบใดต้องแจ้งข้อมูลก่อนเริ่มงาน?


ตามข้อ 3 ของกฎกระทรวงเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 นายจ้างต้องแจ้งข้อมูลงานก่อสร้างที่เข้าเกณฑ์ต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเริ่มงาน

งานที่เข้าเกณฑ์ประกอบด้วย


  • งานอาคารที่มีพื้นที่รวมทุกชั้นหรือชั้นใดชั้นหนึ่งในหลังเดียวกันเกิน 2,000 ตารางเมตร

  • อาคารสูงตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไป และมีพื้นที่รวมทุกชั้นหรือชั้นใดชั้นหนึ่งในหลังเดียวกันเกิน 1,000 ตารางเมตร

  • อาคารสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป

  • งานสะพานที่มีความยาวตามเกณฑ์ตั้งแต่ 30 เมตรขึ้นไป รวมถึงสะพานข้ามทางแยก ทางยกระดับ สะพานกลับรถหรือทางแยกต่างระดับ

  • งานขุด ซ่อมแซมหรือรื้อถอนระบบสาธารณูปโภคที่ลึกตั้งแต่ 3 เมตรขึ้นไป

  • งานอุโมงค์หรือทางลอด

  • งานก่อสร้างอื่นที่อธิบดีประกาศกำหนด


กองความปลอดภัยแรงงานเผยแพร่แบบและข้อมูลการแจ้งไว้บนเว็บไซต์ราชการ เจ้าของโครงการควรตรวจตั้งแต่ช่วงเตรียมงานว่าใครเป็นนายจ้างที่มีหน้าที่แจ้ง เอกสารใดต้องใช้ และวันเริ่มงานตามสัญญาสอดคล้องกับกรอบเวลาหรือไม่


นายจ้างต้องจัดการเขตก่อสร้างและเขตอันตรายอย่างไร?


กฎกระทรวง พ.ศ. 2564 กำหนดมาตรการพื้นฐานหลายข้อ โดยข้อความจำนวนมากระบุชัดว่า “นายจ้างต้อง” จึงไม่ควรเหมารวมว่าหน้าที่ทั้งหมดเป็นของ จป. หรือผู้ควบคุมงานคนเดียว

สาระสำคัญที่ใช้ตรวจไซต์ได้ทันที ได้แก่


  • พื้นที่ทำงานต้องมั่นคงแข็งแรงและรองรับน้ำหนักเครื่องจักร อุปกรณ์และวัสดุได้อย่างปลอดภัย

  • ต้องจัดให้มีผู้ควบคุมงานตรวจความปลอดภัยก่อนทำงานและขณะทำงานทุกขั้นตอน

  • ต้องรักษาความสะอาด จัดเก็บวัสดุและแยกของเสียอันตรายออกจากของเสียทั่วไป

  • ต้องมีแสงสว่างฉุกเฉินเพียงพอในกรณีไฟฟ้าดับ

  • ทางเข้าออกของยานพาหนะต้องมีป้ายเตือน สัญญาณแสงสีส้ม และผู้ให้สัญญาณขณะรถเข้าออก

  • ต้องแสดงหมายเลขโทรศัพท์ของโรงพยาบาล หน่วยดับเพลิงหรือหน่วยฉุกเฉินใกล้เคียง

  • ต้องกำหนดเขตก่อสร้างด้วยรั้วสูงไม่น้อยกว่า 2 เมตรที่มั่นคง หรือกั้นด้วยวัสดุที่เหมาะกับลักษณะงาน พร้อมป้ายและควบคุมบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง

  • เขตอันตรายต้องกั้นพื้นที่ ติดป้าย และมีสัญญาณไฟสีส้มในเวลากลางคืนตามที่กำหนด

  • ต้องจัดและดูแลให้ลูกจ้างใช้ PPE ตลอดเวลาที่ทำงานก่อสร้าง


งานบนที่สูง งานขุด นั่งร้านและเครื่องจักรต้องตรวจอะไร?


เกณฑ์ความสูงที่เกี่ยวข้องมีมากกว่าหนึ่งเกณฑ์และใช้คนละบริบท กฎกระทรวงงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 ข้อ 8 กำหนดว่า งานบนพื้นต่างระดับตั้งแต่ 1.50 เมตรขึ้นไปต้องมีบันไดหรือทางลาดพร้อมราวกันตกตามมาตรฐานที่อ้างถึง หรือมีมาตรการอื่นเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ขณะที่กฎกระทรวงเกี่ยวกับการตกจากที่สูง พ.ศ. 2564 นิยาม “ทำงานในที่สูง” ว่าเป็นการทำงานในพื้นที่สูงจากพื้นดินหรือพื้นอาคารตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไปและลูกจ้างอาจพลัดตกได้ ทีมงานจึงต้องตรวจทั้งสองฉบับตามลักษณะกิจกรรมจริง


สำหรับงานขุดลึกตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป กฎกระทรวงกำหนดให้มีการคำนวณ ออกแบบ และกำหนดขั้นตอนโดยวิศวกรก่อนปฏิบัติงาน พร้อมติดตั้งสิ่งป้องกันดินพังทลาย ส่วนงานนั่งร้าน ค้ำยัน เครื่องจักรและปั้นจั่นต้องตรวจข้อกำหนดเฉพาะของอุปกรณ์และกิจกรรมนั้น


เช็กลิสต์สั้นที่เราใช้เป็นกรอบทบทวนมีดังนี้

  1. ก่อนเริ่มงาน: มีแบบ วิธีทำงาน การประเมินความเสี่ยง ใบอนุญาตทำงาน และผู้รับผิดชอบหรือไม่

  2. ก่อนใช้อุปกรณ์: มีผลตรวจ คู่มือ ป้ายพิกัด และผู้ใช้งานที่มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดหรือไม่

  3. ระหว่างทำงาน: มีการกั้นพื้นที่ ผู้เฝ้าระวัง การสื่อสาร และ PPE ที่เหมาะสมหรือไม่

  4. เมื่อสภาพเปลี่ยน: มีการหยุดประเมินใหม่หลังฝนตก ลมแรง ดินเคลื่อน อุปกรณ์ชำรุดหรือแบบงานเปลี่ยนหรือไม่

  5. หลังเลิกงาน: พื้นที่อยู่ในสภาพมั่นคง ไม่มีพลังงานค้าง วัสดุเสี่ยงตกหล่นหรือช่องเปิดที่ไม่ได้ป้องกันหรือไม่


ใครรับผิดชอบความปลอดภัยในไซต์งานก่อสร้าง?


ความปลอดภัยเป็นความรับผิดชอบร่วม แต่ความรับผิดตามกฎหมายไม่เหมือนกันทุกฝ่าย นายจ้างมีหน้าที่หลักหลายประการตาม พ.ร.บ. และกฎกระทรวง ผู้ควบคุมงาน จป. วิศวกร หัวหน้างานและลูกจ้างมีหน้าที่ตามฐานะ ขอบเขตงาน และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง


เจ้าของโครงการและที่ปรึกษาควรกำหนดระบบติดตาม ขอหลักฐาน ตรวจความสอดคล้อง และยกระดับประเด็นที่ยังไม่แก้ไข แต่การติดตามดังกล่าวไม่ใช่การรับหน้าที่ตามกฎหมายแทนนายจ้างหรือผู้ประกอบวิชาชีพ ในงาน การควบคุมงานก่อสร้าง เราจึงให้ความสำคัญกับการกำหนดผู้รับผิดชอบและเส้นทางรายงานที่ตรวจสอบได้


เจ้าของโครงการควรตรวจอะไรเมื่อเข้าเยี่ยมไซต์งานก่อสร้าง?


เจ้าของโครงการควรตรวจทั้งสภาพพื้นที่และระบบบริหาร ไม่ควรดูเฉพาะความสวยงามหรือเปอร์เซ็นต์ความคืบหน้า เพราะปัญหาที่กระทบคุณภาพ เวลา ต้นทุน และความปลอดภัยอาจซ่อนอยู่ในเอกสารหรือพื้นที่ที่ยังไม่พร้อมตรวจรับ


Checklist ตรวจไซต์งานก่อสร้าง

  • มีการลงทะเบียน ปฐมนิเทศ และจัด PPE สำหรับผู้เยี่ยมชม

  • รั้ว ป้ายเขตก่อสร้างและเขตอันตรายเห็นชัดและอยู่ในสภาพพร้อมใช้

  • ทางเข้าออก ทางเดินคน และเส้นทางรถแยกหรือควบคุมอย่างเหมาะสม

  • วัสดุ เครื่องมือ สายไฟและของเสียจัดเก็บเป็นระเบียบ

  • งานที่สูง ช่องเปิด งานขุด นั่งร้านและแนวยกของมีการป้องกัน

  • ไฟฟ้าชั่วคราว ตู้ไฟ สายไฟและระบบตัดไฟอยู่ในสภาพปลอดภัย

  • แบบและเอกสารที่จุดทำงานเป็นฉบับอนุมัติล่าสุด

  • จุดตรวจคุณภาพมีผลตรวจและหลักฐานทดสอบครบ

  • ประเด็นไม่ผ่านมีผู้รับผิดชอบและวันแก้ไขชัดเจน

  • รายงานอุบัติการณ์ เหตุเกือบเกิดอุบัติเหตุ และมาตรการแก้ไขได้รับการติดตาม

  • แผนงานระยะสั้นสอดคล้องกับสภาพหน้างานและข้อจำกัดจริง


สิ่งที่ควรตั้งคำถามหลังเดินไซต์คือ “ข้อมูลที่เห็นตรงกับรายงานหรือไม่”

หากหน้างานคืบหน้าแต่เอกสารอนุมัติไม่ครบ หรือรายงานดูดีแต่พื้นที่สำคัญยังมีข้อบกพร่อง การตัดสินใจเรื่องงวดงานและวันส่งมอบอาจคลาดเคลื่อนได้


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไซต์งานก่อสร้าง

ไซต์งานก่อสร้างเป็นคำใช้ทั่วไปสำหรับพื้นที่ดำเนินโครงการทั้งหมด ส่วน “เขตก่อสร้าง” เป็นคำที่กฎกระทรวง พ.ศ. 2564 นิยามว่าเป็นพื้นที่ดำเนินการก่อสร้าง รวมถึงพื้นที่ที่นายจ้างกำหนดเพิ่มเติมตามกฎกระทรวง

ส่วนประกอบหลักคือพื้นที่ทำงาน ระบบขนส่งและทางสัญจร พื้นที่เก็บวัสดุ สำนักงานสนาม พื้นที่สวัสดิการ ระบบเอกสารและคุณภาพ เขตอันตราย รวมถึงอุปกรณ์ความปลอดภัยและเหตุฉุกเฉิน

ไม่มีจำนวนตายตัว แต่โดยทั่วไปแบ่งได้เป็นไซต์งานอาคารพักอาศัยและพาณิชย์ โรงงานและคลังสินค้า โครงสร้างพื้นฐาน งานต่อเติมหรือปรับปรุง และงานรื้อถอน แต่ละประเภทต้องวางแผนคน อุปกรณ์และความปลอดภัยต่างกัน

ไม่มีบุคคลเดียวรับผิดชอบทุกเรื่อง เจ้าของโครงการ นายจ้าง ผู้รับเหมา ที่ปรึกษา ผู้ออกแบบ วิศวกร ผู้ควบคุมงาน จป. หัวหน้างานและลูกจ้างมีหน้าที่ต่างกัน ต้องตรวจจากกฎหมาย สัญญา หนังสือแต่งตั้ง และโครงสร้างการบริหารของโครงการ

Site Engineer เป็นชื่อตำแหน่งที่แต่ละองค์กรกำหนดขอบเขตได้ต่างกัน และมักพบในฝ่ายผู้รับเหมาที่ดูแลงานประจำวัน ส่วนคำว่า “ผู้ควบคุมงาน” และ “วิศวกร” มีนิยามแยกกันในกฎกระทรวงงานก่อสร้าง จึงต้องตรวจหนังสือแต่งตั้ง ขอบเขตสัญญา และใบอนุญาตวิชาชีพ ไม่ควรตัดสินบทบาทจากชื่อตำแหน่งเพียงอย่างเดียว

ไม่ใช่ทุกโครงการ ข้อ 3 ของกฎกระทรวงงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 กำหนดเฉพาะงานที่เข้าเกณฑ์ เช่น พื้นที่หรือความสูงอาคาร งานสะพาน งานขุดสาธารณูปโภค อุโมงค์และทางลอด โดยต้องแจ้งไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเริ่มงาน

กฎหมายกำหนดให้นายจ้างห้ามบุคคลซึ่งไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในเขตก่อสร้างและเขตอันตราย สำหรับบุคคลที่มีเหตุจำเป็นเกี่ยวข้องกับโครงการ นายจ้างควรกำหนดกระบวนการควบคุมการเข้า เช่น การลงทะเบียน การชี้แจงอันตราย การจัด PPE การกำหนดเส้นทาง และผู้ดูแล โดยต้องไม่อนุญาตให้เข้าเขตอันตรายโดยไม่มีมาตรการที่เหมาะสม


ไซต์งานที่ดีเริ่มจากการเห็นข้อมูลภาพเดียวกัน


หากแต่ละฝ่ายเห็นข้อมูลคนละชุด เจ้าของโครงการจะตัดสินใจช้า ปัญหาอาจถูกส่งต่อ และความเสี่ยงเล็กอาจกลายเป็นผลกระทบต่อวันส่งมอบ

ไซต์งานก่อสร้างเป็นระบบที่คน พื้นที่ วัสดุ เครื่องจักร แบบ แผนงาน งบประมาณ และความปลอดภัยต้องเชื่อมกัน

ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาก่อสร้างในไทย เราช่วยเจ้าของโครงการจัดภาพเหล่านี้ให้เชื่อมกัน ตั้งแต่การตรวจแบบและ BOQ ก่อนก่อสร้าง การประสานงานและติดตามหน้างาน ไปจนถึงการตรวจรับและรวบรวมเอกสารก่อนส่งมอบ เป้าหมายของเราคือทำให้เจ้าของเห็นสถานะจริง ตัดสินใจจากข้อมูล และควบคุมโครงการได้อย่างเป็นระบบ


สนใจบริการที่ปรึกษาและควบคุมงานก่อสร้างติดต่อ


อักษรเพชร สุขสิริถาวรกุล (Co-Founder and Executive Committee)


แหล่งอ้างอิงข้อมูล

bottom of page